ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 42,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก

  
    ขั้วเศรษฐกิจโลกกำลังย้ายมาอยู่ที่อาเซียน ขณะที่ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 42,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก
นายอักกพล พฤกษะวัน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แสดงปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการท่องเที่ยวของประเทศไทย ณ ห้องเจนีวา โรงแรมเมอร์เคียว จังหวัดเชียงใหม่ โดยกล่าวว่าสถิตินักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่าพันล้านคน ครึ่งหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวยุโรป อีกครึ่งหนึ่งจากเอเชียแปซิฟิก ซึ่งทะยานขึ้นเป็นอันดับสองของโลกจากอันดับสาม มีสัดส่วนการตลาดเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากเดิมร้อยละ 23 ขณะที่เอเชียกำลังรุ่ง โดยมีจีนเป็นผู้นำ ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 42,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับ 7 ของโลก ขณะที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทยเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากตุรกี เยอรมัน และรัสเซีย ขณะที่กระแส AEC กำลังมาแรง ส่งผลให้ขั้วเศรษฐกิจโลกจะมาอยู่ที่อาเซียน อาเซียน+3 และอาเซียน+6
อย่างไรก็ตามพบว่าในอดีตที่ผ่านมา ผลงานการสร้างปัจจัยรองรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชนลงทุนเองเกือบทั้งหมด ภาครัฐให้ความสำคัญในการพัฒนาน้อย แผนของรัฐวิสาหกิจไม่สามารถโน้มน้าวให้ภาครัฐลงทุนตาม โดยพบปัญหาทั้งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การคมนาคม การวางแผนอย่างเป็นระบบ การไม่บังคับใช้กฎหมาย ระบบโซนนิ่ง การพัฒนาบุคลากรอย่างไม่เป็นระบบ ไม่รองรับตลาดงาน ความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ไข ขณะที่อาหารริมถนนของไทยได้รับการยอมรับเลื่องลือติดอันดับโลก ว่าอร่อย ราคาถูกและขายตลอด 24 ชั่วโมง หากควบคุมให้สะอาด ปลอดภัยและจัดระเบียบให้ดี จะกลายเป็นจุดแข็งทันที โดยควรหันไปมองคู่แข่งเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซียและโดยเฉพาะสิงคโปร์ ที่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบทุกอย่าง ขณะเดียวกันต้องมองถึงค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่ นิยมบริโภคสื่อโซเชียลมีเดียมากกว่า เพื่อพัฒนาทิศทางประชาสัมพันธ์ ค่านิยมการเดินทางของคนที่เปลี่ยนไป จาก Low Cost Airline ทำให้คนระดับกลางถึงล่างสามารถเที่ยวได้ ไม่เฉพาะคนรวยเท่านั้น สังคมผู้สูงอายุที่มากขึ้น กระแสกรีน หรือการท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาโลกร้อนเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญกับการท่องเที่ยวในอนาคต ****ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ CM108.com ค่ะ
 
9 กุมภาพันธ์ 2558 , 15:31 น. , อ่าน 1231  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่