สถานการณ์ปัญหาหมอกควันและมลพิษอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าขั้นส่งผลกระทบสุขภาพ

  
     สถานการณ์ปัญหาหมอกควันและมลพิษอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าขั้นส่งผลกระทบสุขภาพ หลังค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกือบ 200 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงออกกลางแจ้ง หากจำเป็นให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกัน
ดร.ทันตแพทย์สุรสิงห์ วิศรุตรัตน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและมลพิษอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และดัชนีคุณภาพอากาศสูงเกินค่ามาตรฐานจนอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้วนั้น ขอแจ้งเตือนประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็ก คนชรา คนท้อง ผู้ป่วยโรคเรื้อรังและมีโรคประจำตัวเพิ่มการดูแลรักษาสุขภาพ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรืออยู่นอกตัวอาคาร ผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้เตรียมยารักษาโรคประจำตัวไว้ให้พร้อม เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันและมลพิษอากาศอาจจะทำให้อาการการเจ็บป่วยมีการกำเริบรุนแรงได้ ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องออกนอกตัวอาคารให้สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันทุกครั้งและควรใช้เวลาอยู่กลางตัวอาคารให้น้อยที่สุด ส่วนผู้นิยมออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ ให้งดการออกกำลังกายในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 และดัชนีคุณภาพอากาศสูงเกินค่ามาตรฐาน จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อป้องกันการรับมลพิษเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ขณะที่การเตรียมความพร้อมในส่วนของหน่วยงานสาธารณสุขนั้น ที่ผ่านมาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้มีการจัดเตรียมและจัดสรรหน้ากากอนามัยประมาณ 70,000 ชิ้น ให้กับสถานบริการสาธารณสุขทั่วทั้งจังหวัด เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงสำหรับใช้สวมใส่ป้องกันตัวเองแล้วพร้อมจัดหาเพิ่มเติมหากสถานการณ์รุนแรง และได้เน้นย้ำให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งเตรียมพร้อมการรักษาพยาบาลไว้แล้ว โดยคาดว่าในช่วง 3-4 วันหลังจากนี้น่าจะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากหมอกควันและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 เกินมาตรฐาน
สำหรับผู้ป่วยที่อาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันและมลพิษอากาศของจังหวัดเชียงใหม่นั้น ตามข้อมูลประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ระบุมีกลุ่มผู้ป่วยในจังหวัดเชียงใหม่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจำนวนทั้งสิ้น 118,466 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยกลุ่มโรคตาอักเสบ โรคหัวใจหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ โรคปอดบวม โรคหลอดลมอักเสบ โรคภูมิแพ้ โรคหืดหอบ และโรคผิวหนังอักเสบ
 
2 มีนาคม 2558 , 16:34 น. , อ่าน 1192  

 ข่าวโดย   กนกรัตน์ ปัญญา สวท. เชียงใหม่