ชลประทานห่วงฝนทิ้งช่วงถึงเดือนกรกฏคาม คาดว่าวิกฤติน้ำขาดแคลนเกิดขึ้นแน่

  
    ชลประทานเชียงใหม่เร่งเก็บผักตบชวาขวางด้านหน้าประตูระบายน้ำท่าวังตาลกว่า 600 ตัน หวังเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ พร้อมนำผักตบ เศษวัชพืช ทำปุ๋ยแจกจ่ายชาวเชียงใหม่ หากฝนยังไม่ตก เดือนกรกฎาคมเชียงใหม่คาดเกิดวิกฤติเดือดร้อนน้ำกินน้ำใช้แน่นอน
นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. ทีผ่านมา สำนักชลประทานที่ 1 กำลังเร่งดำเนินนการนำเครื่องจักร ทั้งในส่วนของรถแม็คโคร รวมถึงเครื่องเก็บสวะ ลงน้ำเพื่อเก็บผักตบชวากว่า 600 ตัน ที่ลอยมาติดค้างหน้าบริเวณประตูระบายน้ำท่าวังตาล ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนเป็นผืนใหญ่และขวางด้านหน้าประตูระบายน้ำ ซึ่งจากการดำเนินการในครั้งนี้ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำของประตูระบายน้ำท่าวงตาล รวมทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการนำผักตบชวามาใช้ประโยชน์ โดยเจ้าหน้าที่จะได้นำผักตบชวาที่ได้เก็บขึ้นมาทั้งหมดไปกองไว้บริเวณข้างประตูระบายน้ำ ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการหมักจนได้ที่ ชาวบ้าน และหน่วยงานต่างๆ สามารถนำกระสอบ หรือถุง มาใส่ปุ๋ยอินทรย์จากผักตบชวาไปใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตร สามารถนำไปปรับปรุงดิน รวมถึงยังลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย
สำหรับสถานการณ์น้ำของจังหวัดเชียงใหม่นั้น จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ฤดูฝนปีนี้ มีแนวโน้มว่าฝนจะตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ซึ่งส่งผลให้น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่างๆน้อย จำเป็นต้องปรับแผนการใช้น้ำจากเขื่อนต่างๆ ลง ซึ่งล่าสุดปริมาณน้ำที่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เหลือน้ำกักเก็บอยู่เพียง 33.888 ล้าน ลบ.ม. คิดป็นร้อยละ 12.88 ของความจุเขื่อน ส่วนปริมาณน้ำที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีน้ำเหลือไว้ให้ใช้เพียง 83.745 ล้าน ลบ.ม. ประมาณร้อยละ 31.6 ของความจุเขื่อน ซึ่งจากการอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 2 เขื่อนหลัก รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก ขแงจ.เชียงใหม่ ยังมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ ส่วนน้ำสำหรับการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปี ที่ต้องใช้น้ำเป็นจำนวนมาก จากสถานการณ์ขณะนี้ อยากขอความร่วมมือจากเกษตรกรที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูก ให้ชะลอการเพาะปลูกไว้ก่อน รอจนกว่าฝนจะตกชุกมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียหายจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังจะเป็นการสำรองปริมาณน้ำในเขื่อนไว้ใช้ในยามขาดแคลน อย่างไรก็ตามจากปริมาณน้ำเท่าที่มีขณะนี้ใช้ได้ถึงเดือนกรกฎาคมเพียงเท่านั้น หากฝนยังตกทิ้งช่วงยาวนานอย่างที่เป็นอยู่ จะส่งผลกระทบต่อเชียงใหม่อย่างแน่นอน
 
13 มิถุนายน 2558 , 22:19 น. , อ่าน 1205  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่