ปรับแผนทำฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้งภาคเหนือ นำเครื่องบินจากฐานปฏิบัติการ จังหวัดระยองและกระบี่ และกองทัพอากาศมาช่วย

  
    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปรับแผนทำฝนหลวงแก้ปัญหาภัยแล้งภาคเหนือ โดยการนำเครื่องบินจากฐานปฏิบัติการที่จังหวัดระยองและจังหวัดกระบี่ และขอเครื่องบิน BT 67 กองทัพอากาศมาช่วย
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการภัยแล้งและการทำฝนหลวงที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดเชียงใหม่ โดยกล่าวว่าจากการรายงานพบว่าได้มีความพยายามทำฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ แต่เนื่องจากปัจจัยสภาพความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ จากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดฝนในปริมาณน้อย ไม่เพียงพอต่อการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลวิกฤติน้ำไม่พอต่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร ทีมวิจัยจึงได้พยายามปรับเปลี่ยนให้เกิดฝนมากขึ้น โดยต้องต่อยอดแนวพระราชดำริฝนหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวราชทานประยุกต์ขึ้นเพื่อให้เท่าทันสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ โดยจะใช้พลุดูดความชื้นในก้อนเมฆ ทั้งพลุโซเดียมคลอไรด์และแคลเซียมคลอไรด์ และย้ายฐานนำเครื่องบินทำฝนหลวงจากฐานกระบี่และระยอง ซึ่งมีเครื่องบินรวม 4 ลำมาช่วยปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่และพิษณุโลก อีกทั้งจะขอเครื่องบิน BT 67 ของกองทัพอากาศมาช่วยปฏิบัติการอีก 1 ลำ ซึ่งทั้งสองฐานจะช่วยทั้งเรื่องเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เพื่อการเกษตร ส่วนที่ฐานจังหวัดตากจะต้องรอถึงเดือนสิงหาคมจึงจะซ่อมรันเวย์สนามบินแล้วเสร็จจึงจะใช้การได้ซึ่งฐานดังกล่าวจะช่วยในการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลได้โดยตรง
หลังจากได้เครื่องบินจาก 2 ฐานมาร่วมบินแล้ว ก็มีแผนจะออกปฏิบัติการฝนหลวง 10 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งสาเหตุที่ปฏิบัติการฝนหลวงแล้วฝนไม่ตกเนื่องจากปรากฏการณ์เอญนิญโญ่ จึงจะปรับเปลี่ยนทำฝนหลวงหลังเวลา 16.00 น.เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์เพียงพอและมีแผนจะเปิดหน่วยเติมสารฝนหลวงและพลุที่จังหวัดแพร่และลำปางเพิ่มเติมด้วย
 
24 มิถุนายน 2558 , 14:29 น. , อ่าน 1165  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-พิมลกัลย์ สวท.เชียงใหม่ ///////// 24 มิ.ย.58