ผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ยืนยันศพเหยื่อฆ่าเผาแล้ว เป็นหญิงสาวชาวนครนายกเตรียมออกหมายจับฆาตกรต่อเนื่อง2ศพ

  
    ผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ยืนยันศพเหยื่อฆ่าเผาแล้ว เป็นหญิงสาวชาวนครนายก ตำรวจเตรียมขอศาลออกหมายจับฆาตกรต่อเนื่อง 2 ศพ ฆ่าแล้วเผาหญิงสาวอย่างเหี้ยมโหดสองรายในเวลาไล่เลี่ยกัน
ความคืบหน้าคดีพบศพสาวถูกฆ่ายัดกระเป๋าเผาทิ้งในสวนลำไยพื้นที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.58 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พลตำรวจตรีปชา รัตนพันธ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบและเก็บหลักฐานต่างๆ ภายในรถยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นคาริเบี้ยน ซึ่งเป็นรถเช่าที่นายราชวัตร แก้วกรมรัตน์ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดบึงกาฬ ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ได้เช่านำไปใช้ระหว่างอยู่ที่เชียงใหม่ และคาดว่าอาจจะเป็นรถยนต์ที่ใช้เคลื่อนย้ายศพของนางสาวลลิตา โชคชัชวาลย์ อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดนครนายก ไปทิ้งและเผาในจุดที่พบศพในอำเภอสารภี จากการตรวจค้นพบหลักฐานเพิ่มเติมจากที่โรงแรมแห่งแรกพบว่าเป็นขวดน้ำดื่ม กระป๋องกาแฟ ที่ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจหาดีเอ็นเอ และตรวจดูสารพิษในเครื่องดื่มว่าเหยื่ออาจจะถูกวางยาหรือไม่ ขณะเดียวกันยังพบเสื้อผ้าเด็ก ชุดชาวเขา รองเท้า และกระเป๋าของฝากจากทางเหนือ ที่คาดว่าจะเป็นของฝากที่หญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อถูกล่อลวงไปซื้อเพื่อที่จะนำไปฝากให้กับลูกสาวที่บ้านแต่ก็มาถูกฆ่าโหดเสียก่อน โดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอและประวัติการทำฟัน เทียบกับศพหญิงสาวที่พบในคดีนี้ยืนยันแล้วว่าคือนางสาวลลิตา ขณะที่พยานหลักฐานต่างๆ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด การเข้าพักโรงแรม และพยานบุคคล ที่พบว่านายราชวัตรและนางสาวลลิตา ได้เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ที่ทั้งสองคนนั่งรถทัวร์มาลงที่สถานีขนส่งเชียงใหม่หรืออาเขต และเข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งย่านแจ่งหัวริน อ.เมืองเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2558 พบว่าขากลับนายราชวัตร เดินทางกลับเพียงคนเดียว ชี้ชัดว่านายราชวัตร เป็นผู้ต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุในคดีนี้ โดยนายราชวัตร ได้ว่าจ้างรถตุ๊กตุ๊ก ช่วยชนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก ไปไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ย่านสถานีขนส่งอาเขต ก่อนที่จะว่าจ้างรถตุ๊กตุ๊กคันเดิมให้ไปเช่ารถยนต์เพื่อขนกระเป๋าดังกล่าวหายไป แล้วไปเปิดห้องพักที่โรมแรมแห่งที่ 3 เพื่อพักผ่อนคืนวันที่ 5 ช่วงเช้าก็นำรถเช่าไปส่งคืนก่อนที่จะเดินทางโดยรถโดยสารกลับไปที่พัทยา สอดคล้องกับการที่ไปก่อเหตุต่อกับเหยื่อรายที่ 2 ที่ถูกล่อลวงจากพัทยาไปฆ่าแล้วเผาที่จังหวัดระยอง ซึ่งผู้ต้องหาขณะนี้ถูกจับกุมและควบคุมตัวที่พัทยาในข้อหาฉ้อโกง และสารภาพแล้วว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าคดีที่จังหวัดระยอง ส่วนคดีที่เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดและเตรียมขอออกหมายจับภายในสัปดาห์นี้
สำหรับนายราชวัตร ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพัทยา ในคดีฉ้อโกง และคดีฆ่าสาวนำศพไปเผาอำพรางที่จังหวัดระยอง ซึ่งก่อเหตุหลังจากที่เดินทางกลับไปจากจังหวัดเชียงใหม่หลังจากก่อเหตุฆ่านางสาวลลิตา โดยตำรวจจะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กระทำผู้อื่นให้ทรมานจนถึงแก่ความตาย ปิดบังอำพราง ซ่อนเร้นศพ และอีกหลายข้อหาที่เกี่ยวข้อง
 
24 สิงหาคม 2558 , 14:31 น. , อ่าน 1162  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่