สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 เริ่มมีผลบังคับใช้ 20 ตุลาคม 2558

  
    สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 เริ่มมีผลบังคับใช้ 20 ตุลาคม 2558 มีสาระสำคัญในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน
หลังจากที่ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระที่ 3 และนายกรัฐมนตรีได้นำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 20 ตุลาคม 2558
สำหรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนที่จะได้รับตามพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 มีสาระสำคัญในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน เช่น กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่มค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ กรณีคลอดบุตร มีสิทธิได้รับไม่จำกัดจำนวนครั้ง กรณีสงเคราะห์บุตร มีสิทธิได้รับสำหรับบุตรอายุ 0 - 6 ปี คราวละ ไม่เกิน 3 คน เหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 400 บาท ต่อคน กรณีว่างงาน เพิ่มการให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง เช่น กรณีสถานประกอบการถูกน้ำท่วม สำหรับผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพ เพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีตายแก่ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง / ผู้ทุพพลภาพ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ เพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่จงใจทำให้ตนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย หรือยินยอมให้ผู้อื่นก่อให้เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบัน ไม่ได้รับความคุ้มครอง กรณีทุพพลภาพ เพิ่มผู้ประกันตนซึ่งสูญเสียสมรรถภาพ ไม่ถึงร้อยละ 50 ของร่างกายมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ ส่วนผู้ทุพพลภาพอยู่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ตลอดชีวิต กรณีตาย แยกเป็น 2 กรณี คือ ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สามสิบหกเดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง รายเดือน ที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสี่ และถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยยี่สิบเดือนขึ้นไปให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้ตามมาตรา 57 คูณด้วยสิบสอง นอกจากนี้ยังปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่มให้ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท หากไม่มีทายาท หรือไม่มีบุคคลที่ทำหนังสือระบุ จะให้สิทธิแก่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ขยายระยะเวลาการยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนจาก 1 ปี เป็น 2 ปี นอกจากนี้ได้ขยายความคุ้มครองลูกจ้างส่วนราชการ ขยายความคุ้มครองไปถึงลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ และขยายความคุ้มครองให้กับลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามจากหน่วยงานประกันสังคมจังหวัด หรือที่เว็ปไซต์ของสำนักงานประกันสังคมที่ http://www.sso.go.th
 
20 ตุลาคม 2558 , 16:59 น. , อ่าน 1193  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย สวท.เชียงใหม่