สั่งจับตา 280 เป้าหมาย ตรวจเข้มขนยาเสพติดเข้าไทยช่วงสงกรานต์

  
    ผบช.ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ สั่งให้ทุกด่านจับตาขบวนการขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศอย่างเข้มงวด โดยใช้การข่าวเฝ้าติดตามเป้าหมายตามบัญชีกว่า 280 เป้าหมาย
พลตรี กษิดิศ หลักกรด ผู้บัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ กล่าวในโอกาส แถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดในรอบ 6 เดือน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ในแต่ละปี กลุ่มผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน มีความพยายามที่จะผลิตและส่งออกยาเสพติดเป็นจำนวนมาก คาดว่าแต่ละปีเฉพาะยาบ้า ไม่น้อยกว่า 100 ล้านเม็ด แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เพียงร้อยละ 10 ของการผลิตและนำเข้าตามที่เป็นข่าวทางสื่อมวลชน โดยในปี 2557 จับกุมได้ 12 ล้านเม็ด ในปี 2558 จับกุมได้ 8 ล้านเม็ด และในครึ่งปี 2559 จับกุมได้ 4 ล้านเม็ด ขณะที่ผู้ถูกจับกุมมีมากจนล้นห้องขัง ดังนั้น เสพติดจึงเป็นปัญหาของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ยังมีความต้องการของผู้เสพภายในประเทศ ผู้ผลิตและผู้ค้า จึงพยายามใช้กลยุทธ์ทุกรูปแบบเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง ขณะนี้ได้ใช้กลยุทธ์ขายพ่วง ไอซ์ ฝิ่น และเฮโรอีน โดยเฉพาะไอซ์ วัยรุ่นไทยมีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ทุกฝ่ายต้องเข้มงวด ตรวจค้น ไม่ให้ขบวนการขนยาเสพติดฉวยโอกาสขนเข้าไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศไทย
ผู้บัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคเหนือ กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่จะเกาะติด ตรวจสอบ ควบคุมเป้าหมายผู้ผลิตและผู้ค้า ทั้งรายเก่าและรายใหม่ ตามบัญชีที่มีอยู่ขณะนี้กว่า 280 เป้าหมาย เมื่อเป้าหมายเก่าถูกจับก็มีเป้าหมายใหม่เกิดตัวแทนขึ้นอีก และอาจจะมีมากกว่าที่มีชื่อตามบัญชี เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปลึกถึงตัวผู้บงการได้ จึงมีเครือข่ายฝังตัวอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และมีพฤติการณ์เชื่อมโยงที่ซับซ้อน ขณะเดียวกัน ตามโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยประเทศสมาชิกจาก 4 ประเทศ เพิ่มเป็น 6 ประเทศ เห็นชอบร่วมกันที่จะควบคุมสารตั้งต้นจากประเทศต้นทางที่นำเข้าด้วยหวังว่าการผลิตยาเสพติดในประเทศลุ่มน้ำโขงจะลดลงได้.//
 
20 มีนาคม 2559 , 19:48 น. , อ่าน 1165  

 ข่าวโดย   อธิชัย ต้นกันยา