ชลประทานเชียงใหม่ยืนยันปริมาณน้ำต้นทุนที่เหลืออยู่ เพียงพอในการบริหารจัดการ เพื่อการอุปโภคบริโภคของคนเชียงใหม่ ไปจนถึงเดือนมิถุนายน ขอให้ผู้ใช้น้ำทุกเหมืองฝายปฏิบัติตามข้อตกลงในการบริการจัดการน้ำอย่างเคร่งครัด เพื่อแบ่งปัน จนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤต

  
    นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดเชียงใหม่ ในแม่น้ำปิงมีน้ำไหลอยู่ประมาณ 7 หมื่น 6 พัน ลูกบาศก์เมตร/วัน น้ำที่ไหลเข้าถึงในเมืองเชียงใหม่เพื่อผลิตน้ำประปาประมาณ 1 แสน 2 หมื่นลูกบาศก์เมตร/วัน วันนี้ เขื่อนขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ 115 แห่งน้ำรวมกันเหลือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ อ่างขนาดกลาง 12 อ่าง เหลือ 17 เปอร์เซ็นต์ และอ่างขนาดใหญ่ คือ เขื่อนแม่งัด กับ เขื่อนแม่กวง เหลืออยู่เพียง 14 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เนื่องจากทุกภาคส่วนมีความต้องการใช้น้ำมาก และที่คลองส่งน้ำแม่แตงเมื่อต้นเดือนมีนาคม มีปริมาณน้ำ 3 แสน 5 หมื่นลูกบาศก์เมตร/วัน ขณะนี้เหลือเพียง 1 แสน 2 หมื่นลูกบาศก์เมตร/วัน จะเห็นว่าแนวโน้มสถานการณ์น้ำจะลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังยืนยันหากปฏิบัติตามแผนบริหารจัดการน้ำ เรื่องน้ำกินน้ำใช้ของจังหวัดเชียงใหม่มีเพียงพอจนถึงเดือนมิถุนายนนี้แน่นอน นายเจนศักดิ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากในหลายพื้นที่ มีการยกกระสอบทรายกั้นแม่น้ำปิง จึงทำให้น้ำไหลสู่ปลายน้ำได้ช้า รวมถึงปัญหาการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทำให้ต้องใช้น้ำปริมาณมากกว่าปกติเพื่อเติมน้ำทุกฝายให้เต็มก่อน ซึ่งปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่เหลือน้ำต้นทุน เพื่อบริหารจัดการเพียง 21.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอาศัยน้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลทั้งหมดปล่อยลงสู่คลองส่งน้ำแม่แตง ไปตามแม่น้ำปิง ผ่านฝายต่างๆ 11 ฝาย จนถึงอำเภอฮอด และระหว่างทางมีสถานีสูบน้ำ 66 สถานี โดยจังหวัดได้ขอความร่วมมือในการแบ่งรอบเวรสูบน้ำ เพื่อแบ่งปันการใช้น้ำจนกว่าจะผ่านพ้นวิกฤตไปพร้อมกัน.//
 
30 มีนาคม 2559 , 13:22 น. , อ่าน 1229  

 ข่าวโดย   อธิชัย ต้นกันยา