ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่วิทยุด่วนถึงนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ให้จัดระเบียบการผาพื้นที่ทางการเกษตร หลังช่วงเฝ้าระวัง 60 วันห้ามเผา มีชาวบ้านหลายพื้นที่ระดมเผาอย่างหนัก ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตเมืองเกินมาตรฐาน

  
     นายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 25 อำเภอ บรรลุเป้าหมายในการควบคุมจุดความร้อน หรือ Hot Spot และควบคุมการเผา ในช่วง 60 วันห้ามเผา ตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์ ถึง 15 เมษายน 2559 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มอบหมายให้นายอำเภอเป็นผู้อำนวยการศูนย์สั่งการระดับอำเภอ จัดทีมชุดปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ที่มีอยู่ 24 ชุด ทีมดับไฟป่าของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 จำนวน 13 หน่วย และหน่วยย่อยอีกจำนวนมาก รวมทั้ง ทีมงานของท้องถิ่น 210 แห่ง ทีมงานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 204 ตำบล 2,066 หมู่บ้าน ร่วมกับอาสาสมัครดับไฟป่าหมู่บ้าน ซึ่งในแต่ละวันจังหวัดเชียงใหม่มีกำลังมากกว่า 5,000 คนในการควบคุมพื้นที่ เฝ้าระวังไม่ให้มีการเผา เนื่องจากปีที่ผ่านมาจังหวัดเชียงบใหม่มีจุดความร้อนสูงถึง 1,882 จุด ปีนี้เกิดในช่วงเวลาห้ามเผาเพียง 996 จุด ลดได้ 47 เปอร์เซ็นต์ แต่ใน 2 วันสุดท้าย คือ วันที่ 14 และ 15 เมษายน ที่อำเภอแม่แจ่ม มีการเผากันมาก ประกอบกับ ลมตะวันตกได้พัดฝุ่นควันไฟเข้ามาในเมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 10 ที่บริเวณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และศาลากลางจังหวัดเกินค่ามาตรฐาน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 140 กว่า ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ผู้ว่าราชการจังหวัดราชการจังหวัดเชียงใหม่จึงมีวิทยุสั่งการไปถึงนายอำเภอทุกอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้มีการจัดระเบียบกำหนดระยะเวลาในการเผา และให้เผาเฉพาะในพื้นที่ทำการเกษตรเท่านั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า ได้กำหนดพื้นที่อนุญาตให้เผาเป็นรายอำเภอ ตามกระแสลม ขอให้ทุกอำเภอ ตระหนักถึงผลกระทบจากไฟป่าที่เกิดขึ้น กรณีที่หมู่บ้านจะนะ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมู่บ้าน สาเหตุเนื่องจากไฟป่าลุกลามจากสวนลิ้นจี่ของชาวบ้าน และบ้านแม่จะนะตั้งอยู่บนสันเขา เมื่อเกิดไฟ จะมีลมแรง เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำรถดับเพลิงขึ้นไปได้ ทำให้มีราษฎรมากกว่า 300 คนไร้ที่อยู่อาศัย.//
 
18 เมษายน 2559 , 06:41 น. , อ่าน 1157  

 ข่าวโดย   อธิชัย ต้นกันยา