นายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการ ที่จังหวัดเชียงใหม่

  
    นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนโครงการหลวง พร้อมทั้งได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการตามนโยบายรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนโครงการหลวง(กปส.) ครั้งที่ 1 /2559 ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ หม่อมเจ้า ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของโครงการหลวง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 และรับทราบผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่สนับสนุนงานโครงการหลวง ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ.2555 – 2559 ซึ่งมีหน่วยงานสนับสนุนและบูรณาการทำงานร่วมกับโครงการหลวง 23 หน่วยงาน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 2,817 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานของโครงการในปีงบประมาณ 2558 ได้ขึ้นทะเบียนไม้ผล จากกรมวิชาการเกษตร ได้แก่ เสาวรส พันธุ์เหลืองหวาน และสตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 88 จำนวนเกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวง 14,883 ครัวเรือน ปลูกพืชเขตหนาวและกึ่งหนาว 206 ชนิด พื้นที่ปลูก 28,567 ไร่ โดยพืชทุกชนิดได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย ทั้งระบบการเกษตรที่ดี (GAP) และเกษตรอินทรีย์ ผลิตผลทางการเกษตรของเกษตรกร สนค้าแปรรูปและอื่นๆ จำหน่ายภายใต้ตรา “โครงการหลวง ในปี 2558 มีมูลค่า 1,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 13.44 นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือทางวิชาการกับนานาชาติ และการนำองค์ความรู้โครงการหลวงไปปรับใช้ในพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 40 แห่ง ประชากรเป้าหมาย 163,206 ikp
ที่ประชุมคณะกรรมการ กปส.ได้เห็นชอบร่างแผนแม่บทศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2560-2564) และแผนแม่บทโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ระยะ 5 ปี โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ซึ่งแผนแม่บทดังกล่าว ให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ การอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตให้ชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีความมั่นคงทางด้านอาหารและสามารถอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชม ศูนย์ผลิตผลโครงการหลวงแม่เหียะ ซึ่งเป็นการดำเนินงานสนองพระราชดำริที่ว่า “ช่วยชาวเขาให้ช่วยตนเองในการปลูกพืชที่มีประโยชน์ และมีมาตรฐานความเป็นอยู่ดีขึ้น” และเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยให้สามารถพัฒนาการปลูกพืชชนิดต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่หนาวเย็น เน้นการทดลองค้นคว้า เพื่อสนองความต้องการของตลาด
ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานสักขีพยาน ในการมอบโล่รางวัลการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ให้กับ นายอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่, มอบหนังสืออนุญาตให้อยู่อาศัยหรือทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่แจ่มและป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง มอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน 14 ฉบับ แก่ผู้ใหญ่บ้าน 14 หมู่บ้านในตำบลช่างเคิง อำเภอแม่แจ่ม มอบบ่อบาดาลตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง จำนวน 11 แห่ง 12 บ่อ ให้แก่กลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับมอบเครื่องจักรกลการเกษตร และปัจจัยการผลิตให้แก่ตัวแทนเกษตรกร เพื่อยกระดับอาชีพเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมนิทรรศการและติดตามโครงการความช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่น การบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาภัยแล้ง มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ และโครงการแม่แจ่มโมเดล ซึ่งเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้แก่ รัฐ ราษฎร์ เอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการ ตามแนวทางประชารัฐของรัฐบาล ที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการจนประสบความสำเร็จ สามารถลดจุดความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้หรือฮอตสปอตลงไปได้กว่า 90% จาก 240 จุด เหลือเพียง 9 จุด.// อธิชัย ต้นกันยา // สวท.เชียงใหม่// 27 เมษายน 2559
 
27 เมษายน 2559 , 22:45 น. , อ่าน 1181  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย