สนข. ตั้งงบพัฒนารถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่ กว่า 6 หมื่นล้านบาท เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งสุดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่

  
    สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ตั้งงบพัฒนารถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่ กว่า 6 หมื่นล้านบาท ผลักดันเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวอาเซียน เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งสุดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่
ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม จัดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (สรุปผลการศึกษาโครงการ) โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย–เชียงใหม่ เพื่อนำเสนอผลสรุปการศึกษาโครงการ ผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีนายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการสัมมนา และผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนตัวแทนภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมกว่า 200 คน
นายสุชัย รอยวิรัตน์ ผู้จัดการโครงการ ได้นำเสนอสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมในทุกด้าน มีแนวทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือ แนวเส้นทางเลือกที่ 4 ซึ่งจากการสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 มีผู้ให้ความเห็นสนับสนุนถึงร้อยละ 86.53 โดยเป็นการสร้างทางรถไฟขนาด 1 เมตร (Meter Gauge) ใหม่ 1 ทางขนานกับทางรถไฟเดิม แนวเส้นทางโครงการ จะผ่าน 30 ตำบล 10 อำเภอ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง และ จังหวัดเชียงใหม่ โดยช่วงสถานีรถไฟเด่นชัย ถึง สถานีรถไฟห้างฉัตรจะใช้แนวเส้นทางเดิมเป็นหลัก แต่จะมีการปรับแนวเส้นทางใหม่บางส่วนช่วงสถานีรถไฟห้างฉัตร ถึง สถานีรถไฟลำพูน จะเป็นการก่อสร้างแนวรถไฟใหม่ทั้งหมด และช่วงสถานีรถไฟลำพูนถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ จะเป็นการสร้างทางคู่ขนาดกับแนวเส้นทางรถไฟเดิม มีระยะทางรวม 189 กิโลเมตร
จากผลการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 61,068 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ คาดว่า ในปี พ.ศ.2565 จะมีผู้ใช้บริการประมาณ 3,963,535 คน / ปี ขนส่งสินค้าจำนวน 0.91 ล้านตัน/ปี หากการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย - เชียงใหม่ แล้วเสร็จตามแผนที่ สนข.ได้ศึกษาไว้ จะเพิ่มประสิทธิภาพการบริการขนส่งทางรางให้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เกิดการจ้างงาน และการกระจายรายได้ในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างความสุขให้กับประชาชน และเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวล้านนาให้ดีขึ้น รวมถึงเป็นการพัฒนาที่ดินและย่านพาณิชยกรรมในบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟอีกด้วย ที่สำคัญ จะมีการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการกระตุ้นการธุรกิจท่องเที่ยวในภาคเหนือ และส่งผลให้เชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นผู้นำและศูนย์กลางการท่องเที่ยวของประเทศแถบอาเซียนในอนาคตด้วย
 
26 พฤษภาคม 2559 , 22:02 น. , อ่าน 1196  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย