ญาติพอใจคำตัดสินคดีโรงงานลำไยระเบิด

  
    ศาลฎีกาตัดสินจำคุก ประธานบริษัทและหุ้นส่วน เป็นเวลา 10 ปี คดีโรงงานลำไยระเบิด ที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายที่หลบหนี ขณะที่ญาติเตรียมฟ้องแพ่งชดเชยค่าเสียหาย 206 ล้านบาท
ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีโรงงานลำไยระเบิดที่สันป่าตอง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 36 ราย บาดเจ็บ 102 ราย บ้านเรือนเสียหาย 571 หลัง โดยเหตุเกิดเมื่อปี 2542 หลังจากเลื่อนอ่านคำพิพากษาเนื่องจากจำเลยไม่มาตามนัด เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้พนักงานอัยการพร้อมครอบครัวผู้เสียชีวิต 25 ราย เป็นโจทก์ร่วมฟ้องบริษัทหงไทยเกษตรพัฒนา จำกัด เจ้าของโรงงานที่เกิดเหตุ เป็นจำเลยที่ 1, นายเชิดพันธ์ ฉันทะโรจน์ศิริ ผู้จัดการ เป็นจำเลยที่ 2, นายประธาน ตรีฉัตร ประธานกรรมการบริหารบริษัท เป็นจำเลยที่ 3 และนายลี หงเหิน หุ้นส่วนชาวไต้หวัน เป็นจำเลยที่ 4 ซึ่งในวันนี้มีเพียงนายเชิดพันธ์ ฉันทะโรจน์ศิริ จำเลยที่ 2 ที่มารับฟังคำตัดสิน ศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยทั้งหมดมีความผิดจริง คือความผิดฐานละเลยการคุ้มครองความปลอดภัยในสถานประกอบการ การเคลื่อนย้ายยุทธภัณฑ์ (สารอันตราย) โดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ร่วมกันประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและได้รับอันตรายสาหัส โดยตัดสินให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าปรับเป็นเงิน 6 หมื่นบาท ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุกเป็นระยะเวลา 6 ปี 10 เดือน 20 วันจำเลยที่ 3 จำคุก 10 ปี 2 เดือน และจำเลยที่ 4 จำคุก 10 ปี โดยได้ควบคุมตัวจำเลยที่ 2 ไปยังเรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ทันที พร้อมออกหมายจับจำเลยที่ 3 และ 4 ภายหลังการรับฟังคำตัดสิน ผู้เสียหายและญาติได้เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจส่วนหนึ่งกับคำตัดสินในวันนี้ แต่อยากให้มีการเพิ่มโทษให้มากกว่านี้ เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสูงสุด
ทางด้านนางสาวรัชนี นิลจันทร์ ตัวแทนชาวบ้านที่ร่วมขับเคลื่อนติดตามคดี เปิดเผยว่า พอใจในคำตัดสินครั้งนี้ แต่อยากให้กระบวนการยุติธรรม มีขั้นตอนที่รวดเร็วกว่านี้ และไม่ปล่อยให้ชาวบ้านต้องต่อสู้เพียงลำพัง อย่างคดีนี้ซึ่งยืดเยื้อยาวนานมากว่า 17 ปี
โดยในขั้นต่อไปทนายความจะนำผลการพิพากษาของศาลฎีกา เสนอต่อศาลอุทธรณ์ ให้หยิบคดีนี้มาพิจารณาในเรื่องของการฟ้องคดีแพ่งอีกครั้ง โดยญาติผู้เสียหายกว่า 400 คน เรียกร้องค่าเสียหายทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นเงินรวมกว่า 206 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 2 เดือน
 
27 พฤษภาคม 2559 , 14:51 น. , อ่าน 1235  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย