พระสงฆ์ สามเณร สำนักสงฆ์ประทานพร เชียงใหม่ ขุดพบก้อนอิฐเก่าแก่ คาดว่าจะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่ยืนยันว่า ที่นี่เคยเป็นวัดร้าง ชื่อ “ศรีหมอกฟ้า” มาก่อน ตามคำบอกเล่าของคนแก่ในชุมชน แจ้งกรมศิลาปากร และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเข้าตรวจสอบ ขุดค้นหลักฐ

  
    พระครูวินัยธรชัยวรวงศ์ อิทธิมันโต เจ้าสำนักสงฆ์ประทานพร กล่าวว่า คณะสงฆ์ พระภิกษุ สามเณร และศรัทธาประชาชน บ้านหมู่ 2 ชุมชนป่าห้า ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร่วมกับ ผู้แทนเทศบาลนครเชียงใหม่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด อำเภอเมือง และสำนักงานที่ดินจังหวัด โดยมี พระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง พระครูวิทิตศาสนาทร ดร. รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร พระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ เจ้าคณะตำบลสุเทพ เขต 1 เจ้าอาวาสวัดป่าแดงมหาวิหาร เพื่อหารือแนวทางที่จะยกฐานะ สำนักสงฆ์ประทานพร ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้ ถ.คันคลองชลประทานด้านประตู มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เป็นวัดตามกฎหมาย แต่ติดขัดเรื่องที่ดินของวัด ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ (นส.ล.) หรือ เป็นวัดร้างมาก่อน ตามคำบอกเล่าของนายโต โปธา อายุ 86 ปี ชาวบ้านป่าห้า ซึ่งเคยเห็นวัดนี้เมื่อประมาณ 40-50 ปีก่อน พระครูวินัยธรชัยวรวงศ์ กล่าวว่า มติในที่ประชุมในครั้งนั้น ให้ทางวัดไปสืบค้นหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อมายื่นยันข้อเท็จจริง จึงได้นำพระภิกษุ สามเณร และคณะศรัทธา ลองขุดพื้นที่บางจุดภายในสำนักสงฆ์ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขุดลงไปไม่ถึงเมตร ก็พบหลักฐานเป็นก้อนอิฐโบราณขนาดใหญ่ ซ้อนกันจำนวนมาก จึงให้หยุดขุดทันที เกรงจะทำให้หลักฐานต่างๆ เสียหาย และได้รวบรวมหลักฐาน แจ้งให้สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ และเพื่อแจ้งประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบซึ่งอาจจะมีความสำคัญเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น จากการบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ เข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้ น่าจะเป็นวัดร้างเดิมชื่อวัดศรีหมอกฟ้า เป็นวัดสมัยเดียวกับวัดศรีสุด (ร้าง) ที่ตั้งของวิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ในปัจจุบัน และห่างกันประมาณ 1 กม. สร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราช จึงเท่ากับมีหลักฐานยืนยันว่าสำนักสงฆ์ประทานพรไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์หรือป่าช้าแต่เป็นวัดร้างเก่า นอกจากนี้ บริเวณใกล้สำนักสงฆ์พบว่าเคยเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ สอดคล้องกับตำนานการขุดหนองฮ่อของไทยลื้อไทใหญ่ที่เชิงดอยสุเทพ เพื่อรองรับน้ำจากห้วยแก้วได้ อย่างไรก็ตาม การขอจัดตั้งวัดตามเกณฑ์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมติมหาเถรสมาคมจะต้องขุดค้นพิสูจน์หาหลักฐานให้แน่ชัดก่อนจึงจะสามารถยกฐานะเป็นวัดได้.// อธิชัย ต้นกันยา // สวท.เชียงใหม่
 
27 มิถุนายน 2559 , 16:42 น. , อ่าน 1237  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย