การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ร่วมกับกองทัพเรือ นำคณะสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร ทัศนศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกองทัพ เพื่อเป็นการนำร่องเปิดเส้นทางท่องเที่ยวให้ประชาชนเข้าเที่ยวชม ศึกษาธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ฐานทัพเรือ

  
    การท่องเที่ยว ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนภายในประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ด้วยเพราะเหตุกองทัพเรือจึงมีแผนฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในกองทัพ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จึงได้สำรวจตรวจสอบทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีอยู่ในปัจจุบัน หากพบว่าอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมให้เร่งฟื้นฟู และพัฒนา รวมถึงแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ สนับสนุนการท่องเที่ยว ภายในประเทศตามนโยบายกระทรวงกลาโหม และรัฐบาล โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และหาดทรายที่สวยงาม เช่น หาดเตยงาม ปะการังของทะเลตราด รวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งถือว่าดีที่สุดมาใช้เป็นจุดขาย และสนับสนุนภารกิจด้านการท่องเที่ยว เปิดให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการการท่องเที่ยวกองทัพเรือ เปิดเผยว่า โดยได้บูรณาการ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) นำสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานครสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวฐานทัพเรือในจังหวัดชลบุรี และสมุทรปราการ ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ที่แหลมปู่เจ้า เป็นที่ประดิษฐานศาลพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ เหล่าทหารเรือ เรียก เสด็จเตี่ย ซึ่งถือเป็นที่เคารพสูงสุดของทหารเรือและเป็น 1 ใน 3 ของประเทศไทยที่นำอัฐิมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระบรมรูป จากนั้น ได้นำเที่ยวชมอนุสรณ์สถานทหารนาวิกโยธิน สถานที่รวบรวมอัฐิของทหารกว่า 600 นายที่พลีชีพกลางสนามรบ ภายในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินยังมีพิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน ซึ่งได้รวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ เรื่องราว วีรกรรมของนาวิกโยธิน เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และภาคภูมิใจ ซึ่งไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ หาดเตยงาม สถานที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ มองเห็นท้องฟ้าสวย น้ำทะเลใส หาดทรายขาว นั่งรถรางชมทิวทัศน์ พระอาทิตย์ตกดิน ระยะทาง 3 กิโลเมตร ที่อ่าวนาวิกโยธิน หรือ อ่าวเตยงาม ยังเป็นสถานที่ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาปักธงราชนาวิกโยธิน หลังจากทรงเรือใบเวลาจากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน มาที่อ่าวเตยงาม สัตหีบ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล สามารถเพาะพันธุ์เต่าทะเล เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติปีละ 9,000 ตัว โดยกองทัพเรือได้ดำเนินการมาแล้ว 60 ปี สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลเต่าหนึ่งเดียวในภาคพื้นเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลก มีซากเต่ามะเฟืองน้ำหนัก 1 ตัน หรือมีขนาดเท่ากับรถโฟล์ค เปิดให้ชมฟรี ทุกวัน ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมไม่น้อยกว่า 4 แสนคน นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น เกาะไก่เตี้ย สถานที่ให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือ ดำน้ำ ชมปะการัง และกิจกรรมปล่อยปลากาตูน และยังมีศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดกองทัพเรือ เป็นต้น ภายในฐานทัพเรือสัตหีบ นักท่องเที่ยวคนไทยยังสามารถเข้าชม หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ ลำแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีระวางขับน้ำมากถึง 11,743 ตัน สามารถทนต่อคลื่นลมรุนแรงได้ในระดับ 9 โดยกองทัพเรือใช้เป็นฐานปฏิบัติการในทะเลเพื่อปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และปกป้องอธิปไตยของชาติไปพร้อมกัน หลังจากที่กองทัพเรือได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ ที่กองกิจการการท่องเที่ยว หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้ทุกวัน ทางหมายเลขโทรศัพท์ 038-308126 หรือ 02-4661180 ต่อภายใน 62509 โดยไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์.//
 
19 กันยายน 2559 , 19:22 น. , อ่าน 1306  

 ข่าวโดย   อธิชัย ต้นกันยา