สรุปภาพรวมอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

  
    สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สรุปภาพรวมการเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่ฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้หลายอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตร โดยที่อำเภอแม่อาย มีบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบจากน้ำป่าที่ไหลลงลำน้ำแม่นาวางล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลบ้านหลวงทำให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 750 หลังคาเรือน คอสะพานชำรุด 2 แห่ง และพื้นที่ทางการเกษตรเสียหาย
ขณะที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร สะพานไม้ และตลิ่งทรุด
ส่วนอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 7 ตำบล ได้แก่ตำบลบ้านช้าง ม.1,2,3,4 บ้านเรือนถูกน้ำพัดเสียหาย จำนวน 6 หลัง เสียหายทั้งหลัง จำนวน 2 หลัง และเสียหายบางส่วนจำนวน 4 หลัง, รถจักรยานยนต์สูญหาย 2 คัน,ถนนทางเข้าหมู่บ้าน จำนวน 4 แห่ง ,ซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน ล้มทับถนน,สะพาน/คอสะพาน เสียหาย 4 แห่ง และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย /ตำบลขี้เหล็ก ม.6,7,8,9 /ตำบลกึ้ดช้าง ม.1,2,3 /ตำบลแม่แตง ม.4,6/ตำบลบ้านเป้า ม.2-6/ตำบลป่าแป๋ ม.5 และตำบลสันมหาพน ม.1-8 และหมู่ 10 โดยทั้งหมดน้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย
รวมถึงอำเภอกัลยาณิวัฒนา ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่ทางการเกษตรของราษฎรตำบลบ้านจันทร์ และอำเภอเวียงแหง มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ตำบล คือตำบลเปียงหลวง ม.2,4 ,ตำบลเมืองแหง ม.12,ตำบลแสนไห ม.3 บ้านเรือนราษฎร และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยขณะนี้ ทุกอำเภอที่ประสบภัย สถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
ด้านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามผลกระทบอุทกภัย และเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่มีข้อสั่งการให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีเหตุเกิดขึ้นจะได้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
 
11 พฤศจิกายน 2559 , 19:20 น. , อ่าน 1271  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด