จังหวัดเชียงใหม่ มอบรถกู้ชีพ ให้องค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย ในโครงการพัฒนาหน่วยกู้ชีพจังหวัดเชียงใหม่

  
    จังหวัดเชียงใหม่ มอบรถกู้ชีพ ให้องค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย พร้อมลงนามความร่วมมือ พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น ตามโครงการพัฒนาหน่วยกู้ชีพจังหวัดเชียงใหม่
ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และร้อยเอกภูรีวรรธน์ โชคเกิด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันมอบรถกู้ชีพให้องค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง โดยมีนายอัครพล นพรัตน์พงษ์ไพร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง เป็นตัวแทนรับมอบรถกู้ชีพ พร้อมกันนี้ ได้ร่วมลงนามความร่วมมือ ในด้านการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่น ในโครงการพัฒนาหน่วยกู้ชีพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยจังหวัดเชียงใหม่ จะดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถดำเนินงานและบริหารจัดการแพทย์ฉุกเฉินในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมพื้นที่ในการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง ทางด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ จะดำเนินการสนับสนุนด้านวิชาการในการจัดบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง ต้องดำเนินการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินระดับพื้นฐานที่เป็นชุดปฏิบัติการมาตรฐาน มีบุคลากรที่ผ่านการอบรม จำนวน 8 - 10 คน รวมทั้งจัดหาพนักงานขับรถยนต์ในการออกปฏิบัติงานการแพทย์ฉุกเฉินและส่งต่อผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร/หน่วยปฏิบัติการและรถพยาบาลฉุกเฉินของหน่วยปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามมาตรฐานอยู่เสมอ
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินเมื่อ ปี พ.ศ.2547 โดยจัดตั้งสำนักงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่และศูนย์แจ้งเหตุและสั่งการ ณ โรงพยาบาลนครพิงค์ ต่อมาได้มีการบริหารจัดการระบบ โดยคณะอนุกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการดำเนินงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายที่จะให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมตลอดจนเตรียมความพร้อมในการรับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น ปัจจุบันได้มีการขยายบริการการแพทย์ฉุกเฉินสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 155 แห่ง และดำเนินการในรูปของมูลนิธิและสมาคมอีก 11แห่ง คิดเป็นร้อยละ 78.30
 
13 มกราคม 2560 , 18:34 น. , อ่าน 190  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย