รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบโนบายข้าราชการในสังกัดที่จังหวัดเชียงใหม่ ..

  
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ การทำเกษตรแปลงใหญ่ จะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ ตั้งเป้า ในอีก 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยควรมีเกษตรแปลงใหญ่ไม่น้อยกว่า 7,000 แปลง.. ที่สำนักงานชลประทานที่ 1เชียงใหม่ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายที่ชัดเจนในการทำงาน โดยส่วนตัวอยากเห็นเกษตรกรของประเทศไทยในวันนี้ทำการเกษตรแบบประณีต ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพจริง และต้องมีการลดต้นทุนให้ต่ำลง ขณะเดียวกันข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมด ต้องปรับวิธีการทำงานใหม่ โดยใช้พื้นที่เป็นที่ตั้ง มีเป้าหมายเดียวกัน มีการบูรณาการร่วมกัน สำหรับ เกษตรแปลงใหญ่ในปี 2559 ทั้งประเทศ มีจำนวน 600 แปลงใหญ่ สัมฤทธิ์ผลแล้ว 480 แปลงใหญ่ ใน 480 แปลงใหญ่สามารถ ลดลดต้นทุนโดนเฉลี่ยลงได้ 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังสามารถเพิ่มผลผลิตได้เช่นเดียวกัน ทำให้เห็นว่าการทำเกษตรแปลงใหญ่จะเพิ่มประสิทธิภาพของสินค้าทางการเกษตร และลดต้นทุนในการผลิตลง ส่วนเป้าหมายเกษตรแปลงใหญ่ในอีก 5 ปี ข้างหน้า คือตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2564 ได้กำหนดไว้ว่า ประเทศไทยควรมีเกษตรแปลงใหญ่ไม่น้อยกว่า 7000 แปลง และการจะทำเกษตรแปลงใหญ่ได้ต้องใช้ความร่วมมือของเกษตรกรทั้งหมด รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องลงไปช่วยด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ พยายามส่งเสริมให้เกษตรกรเป็น smart farmer ในขณะเดียวกันข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทุกคนต้องเข้าไปช่วยเหลือแนะนำเกษตรกรและต้องทำตัวเองให้เป็น smart officer เช่นเดียวกัน โดยต้องมีความรู้ใหม่ๆ ในทุกด้าน ทั้งเรื่องของการเกษตร สังคม จิตวิทยา และเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น
 
17 กุมภาพันธ์ 2560 , 18:45 น. , อ่าน 163  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด