กรมสรรพสามิตมีนโยบายชัดเจน ในช่วงใช้ พ.ร.บ.ใหม่ จะจัดเก็บภาษีเท่าเดิม

  
    สรรพสามิตเชียงใหม่ เผยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น ยืนยันกรมสรรพสามิตมีนโยบายชัดเจนในช่วงใช้พระราชบัญญัติฉบับใหม่ ยังจัดเก็บภาษีเท่าเดิม พร้อมเตือนสถานบริการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นายวิรัช พงศ์นภารักษ์ สรรพสามิตพื้นที่เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้มีการจัดทำ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการรวบรวมกฎหมายสรรพสามิต 7 ฉบับ ที่บังคับใช้มาเป็นเวลานานและไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะนี้อยู่ในกระบวนการทูลเกล้าทูลกระหม่อม และต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อน หลังจากนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน ซึ่งอัตราเพดานภาษีในกฎหมายใหม่จะสูงกว่าในปัจจุบัน เพราะในการร่างกฎหมายได้วางแผนถึงอนาคต ในอีก 20 ปี ข้างหน้า จึงกำหนดอัตราเพดานในกฎหมายไว้สูง แต่อัตราจัดเก็บจริงจะประกาศใหม่ โดยต้องคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจ การหารายได้ และเหตุผลอื่น ๆ ประกอบ ซึ่งกรมสรรพาสามิตมีนโยบายชัดเจนในช่วงใช้พระราชบัญญัติใหม่จะจัดเก็บภาษีเท่าเดิม นอกจากนี้ภาษีสุราตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเพิ่มภาระภาษีตามปริมาณแรงแอลกอฮอล์ให้สูงขึ้นกว่าภาระภาษีตามมูลค่า ซึ่งหมายถึงสัดส่วนรายได้ภาษีสรรพสามิตสุราจะมาจากภาระภาษีตามปริมาณแรงแอลกอฮอล์มากขึ้น โดยสุราที่มีราคาถูกและมีแรงแอลกอฮอล์ในระดับที่สูงจะต้องมีภาระภาษีที่สูงขึ้น ขณะที่สุราที่มีราคาสูงจะต้องมีภาระภาษีตามมูลค่า เพื่อสะท้อนถึงความฟุ่มเฟือย ควบคู่ไปกับภาระภาษีตามปริมาณแรงแอลกอฮอล์ เพื่อสะท้อนถึงหลักสุขภาพเป็นสำคัญเช่นกัน สำหรับ สถิติการจัดเก็บภาษีสุราของสำนักงานสรรพสามิตเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 -28 กุมภาพันธ์ 2560 มีการจัดเก็บภาษีสุราได้ กว่า 160 ล้านบาท ขณะที่ เป้าหมายอยู่ที่ 145 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10.62 เปอร์เซนต์ ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นภาษีสุราในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงใหม่ เน้นย้ำให้สถานบริการ หรือร้านค้าคล้ายสถานบริการ ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 อย่างเคร่งครัด และสำหรับร้านค้าใดที่สรรพสามิตพื้นที่เชียงใหม่ได้เพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว แต่ยังคงไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และมีการลักลอบจำหน่ายอยู่ทางสรรพสามิตพื้นที่เชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการจับกุมทันที ซึ่งจะเป็นโทษในการขัดคำสั่ง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
12 มีนาคม 2560 , 12:34 น. , อ่าน 6  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด