กองกำลังผาเมือง จัดพิธีบวงสรวงพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ และถวายรูปปั้นไก่ชนเหลืองหางขาว ประดู่หางดำ

  
    ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง นำกำลังพล และประชาชน บวงสรวงพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ และถวายรูปปั้นไก่ชนเหลืองหางขาว และประดู่หางดำ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต
ที่บริเวณพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พลตรีจิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง นำกำลังพล และประชาชน ทำพิธีบวงสรวง ถวายเครื่องสักการะ พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ และถวายรูปปั้นไก่ชนเหลืองหางขาว และประดู่หางดำ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ได้กู้อิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล ทั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระชนมพรรษา 50 พรรษา
ไก่ชนพระนเรศวร (เหลืองหางขาว) เป็นไก่ชนตามประวัติศาสตร์ซึ่งปรากฏอยู่ในพงศาวดาร เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพำนักในกรุงหงสาวดี ประเทศพม่า ทรงนำไก่เหลืองหางขาวไปจากเมืองพิษณุโลก เพื่อนำไปชนกับไก่ของพระมหาอุปราชา เป็นไก่ชนที่มีลักษณะความเฉลียวฉลาดในการต่อสู้ จึงชนชนะ จนได้รับสมญานามว่า “เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง” มีรูปร่างลักษณะ หน้าหงอนบาง กลางหงอนสูง สร้อยระย้า หน้านกยูง อกชัน หวั้นชิด หงอนบิด ปากกร่อง พัดเจ็ด ปีกสิบเอ็ด เกล็ดยี่สิบสอง ถือเป็นไก่ชนชั้นเยี่ยม ไก่ประดู่หางดำ เป็นไก่ไทยพันธุ์แท้แต่โบราณ พัฒนามาจากไก่บ้านพันธุ์กะตังอู หรือไก่อู มีมาพร้อมเหลืองหางขาว พบในการชนไก่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แพร่หลายนิยมในหมู่เจ้าขุนมูลนายเป็นกีฬาพระราชา ไก่ประดู่หางดำเป็นไก่ที่มีลักษณะงดงามมาก ทรงรูปปลีกล้วย ไหล่กว้าง ลำตัวล่ำสัน หางยาว เป็นฟ่อนจรดพื้น ปั้นขาใหญ่ ทะมัดทะแมงน่าเกรงขาม
บริเวณโดยรอบสถูปพระเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชานุสรณ์ จะมีบรรดาไก่ที่เป็นปูนปั้นตั้งอยู่เต็มบริเวณ เพราะส่วนใหญ่ผู้คนที่มากราบไหว้ มักจะนำไก่มาถวายท่าน ด้วยมีความเชื่อว่าพระองค์รักการชนไก่ และด้านหลังขององค์พระสถูปเจดีย์ฯ จะเป็นที่ตั้งของ "ค่ายหลวงที่ประทับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" (จำลอง) ที่ทางกรมศิลปากรจัดสร้างขึ้น ซึ่งภายในค่ายจำลอง มีพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และสมเด็จพระสุพรรณกัลยา ประดิษฐานอยู่ให้กราบไหว้
 
23 เมษายน 2560 , 16:03 น. , อ่าน 158  

 ข่าวโดย   พิมลกัลย์ เดชะชัย