ชลประทานเชียงใหม่ นำร่องแปลงสาธิตการเพิ่มผลผลิตข้าวหอมมะลิในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่

  
    ชลประทานเชียงใหม่นำร่องแปลงสาธิตการเพิ่มผลผลิตข้าวหอมมะลิในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ หวังลดการใช้น้ำ ขณะที่คุณภาพข้าวเพิ่มขึ้น
นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ สำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานชลประทานที่ 1 ร่วมกับ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกษตรกรต้นแบบของอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ จัดทำโครงการสาธิตการเพิ่มผลผลิตข้าวหอมมะลิในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ภายใต้ชื่อโครงการ การสาธิตการปลูกข้าวหอมมะลิ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพในเขตพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ประเภทข้าว อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสาธิตการให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของข้าวหอมมะลิ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการประหยัดทรัพยากรน้ำ อีกทั้งสามารถเพิ่มคุณภาพและผลผลิตของข้าวหอมมะลิ ตลอดจนเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ ในการดำเนินการสู่พื้นที่รับผิดชอบเกษตรแปลงใหญ่ต้นแบบ ประเภทข้าว ของจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเพื่อเปรียบเทียบปริมาณการใช้น้ำ ปริมาณผลผลิต และต้นทุนการผลิตของวิธีการปลูกข้าวหอมมะลิแบบดั้งเดิม กับวิธีการใหม่ โดยดำเนินการในแปลงเกษตรของ นายสุพรรณ์ นาคเปราะ เกษตรกรต้นแบบอำเภอพร้าว ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทานที่ได้รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่โก๋น นอกจากนี้ ได้มีการปล่อยพันธุ์ปลา พันธุ์กบในแปลงสาธิต เพื่อน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านการเกษตรผสมผสานมาใช้ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรตามวิถีพอเพียง ที่ผ่านมามีการนำร่องการทำนาแบบเปียกสลับแห้งมาแล้ว 2 ครั้ง จำนวน 350 ไร่ ในปี 2557/2558 โดยสามารถประหยัดน้ำได้ 23 % หากเกษตรแปลงใหญ่ จำนวน 6,000 ไร่ ในเขตพื้นที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ขยายผลการปลูกแบบแกล้งข้าวหอมมะลิในนาปีพร้อมทำเกษตรผสมผสาน จะสามารถลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ 2.5 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้ คาดหวังว่า เมื่อโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นลงตามแผนปฏิบัติการในช่วงเดือนตุลาคม จะสามารถบริหารจัดการน้ำของโครงการฯได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ รวมทั้งเป็นข้อมูลทางเลือกให้แก่เกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำในการเลือกวิธีการปลูกข้าวที่เหมาะสม และก่อให้เกิดการลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิต ตลอดจนสามารถที่จะเป็นโครงการนำร่องในการทำการเกษตรไปสู่การเกษตรแบบปลอดภัยได้ต่อไป
 
8 สิงหาคม 2560 , 11:49 น. , อ่าน 11  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด