รายงานพิเศษ เรื่อง การเกษียณอายุราชการ 63 ปี เป็นข้อเสนอตามแผนปฏิรูปประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้

  
     จากข่าวสารทางโลกออนไลน์ที่มีการแชร์ข้อมูล เรื่องการเกษียณอายุราชการตามแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561 โดยระบุว่า ผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ในปี 2562 และ 2563 ให้ไปเกษียณอายุเมื่ออายุ 61 ปี ผู้ที่จะเกษียณอายุ ปี 2564 และปี 2565 ให้ไปเกษียณอายุเมื่ออายุ 62 ปี ส่วนผู้ที่จะเกษียณอายุในปี 2566 และ ปี 2567 ให้ไปเกษียณอายุเมื่อมีอายุ 63 ปี และหลังจากนั้นให้เกษียณอายุราชการ 63 ปี ทั้งหมด นั้น ข้อมูลดังกล่าวที่ถูกแชร์ออกไปไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นเพียงข้อเสนอที่เกิดจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ที่อยากให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ ประกอบกับผู้สูงอายุสมัยนี้ เมื่อเกษียณอายุแล้วแต่ยังมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีศักยภาพในการทำงานอยู่ จึงเสนอให้ขยายอายุราชการออกไป ซึ่งตัวแผนมีผลบังคับใช้แล้วจริง แต่ในทางปฏิบัติจะมีผลก็ต่อเมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปกำหนดรายละเอียด ปรับแก้กฎหมาย และประกาศบังคับใช้ ด้านนางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ กพ. ได้เปิดเผยถึงข้อเสนอในการขยายอายุการทำงานของข้าราชการว่า เป็นข้อเสนอหนึ่งในแผนการปฏิรูป ที่กำหนดให้ขยายอายุราชการไปจนถึง 63 ปี ซึ่งยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ต้องทำการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งแนวคิดการขยายอายุราชการเพื่อนำมาใช้เป็นต้นแบบนั้น เบื้องต้นมีหลายรูปแบบ อาทิ การขยายเวลาให้ผู้เกษียณอายุราชการอยู่ต่ออีก 1 ปี หรือ 2 ปี เพื่อจะไม่กระทบต่อการจ้างงานคนรุ่นใหม่ที่ทดแทนคนที่เกษียณอายุราชการ คาดว่า กรอบของแผนปฏิรูปดังกล่าว จะสามารถดำเนินการเต็มรูปแบบได้ในปี 2567
 
18 พฤษภาคม 2561 , 14:52 น. , อ่าน 126  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด