มูลนิธิโครงการหลวงเร่งพัฒนาร้านกาแฟต้นแบบ

  
    มูลนิธิโครงการหลวงเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟในระบบโครงการหลวง สู่ร้านกาแฟต้นแบบการผลิต ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกะสิทธิ์ รองประธานมูลนิธิโครงการหลวง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการพัฒนากาแฟในพื้นที่โครงการหลวง ปัจจุบันโครงการหลวงมีพื้นที่ปลูกกาแฟประมาณ 10,000 ไร่ เกษตรกรประมาณ 250 ราย รายได้ต่อหัวประมาณ 100,000 บาท/ปี โดยโครงการหลวงเป็นแห่งแรกที่ริเริ่มโครงการวิจัยกาแฟแบบครบวงจร ซึ่งได้บูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ขณะนี้เกษตรกรในโครงการสามารถผลิตกาแฟได้ทั้งหมด 1,000 ตัน โดยที่โครงการหลวงสามารถรับซื้อได้ ประมาณ 800 ตัน ส่วนอีก 200 ตัน เกษตรกรจะหาช่องทางจัดจำหน่ายเอง ซึ่งกาแฟที่ได้รับความนิยมของโครงการหลวง ได้แก่ กาแฟแม่ลาน้อย กาแฟป่าเมี่ยง และกาแฟอินนทนนท์ ซึ่งเป็นกาแฟที่มีคุณภาพ มีการรักษาคุณภาพ ทำให้มีราคาสูงตามคุณภาพของกาแฟ ปัจจุบันกาแฟที่จะได้รับการยอมรับจากประชาชน ต้องเป็นกาแฟที่มีรสชาติดี มีคุณภาพเทียบเคียงกาแฟจากต่างประเทศ ทำให้บริษัทเอกชนทำสัญญาซื้อเมล็ดกาแฟจากโครงการหลวง ส่งผลให้โครงการหลวงต้องเพิ่มการผลิตมากขึ้นและขยายผลการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด กาแฟโครงการหลวงเป็นกาแฟในระบบอนุรักษ์ธรรมชาติซึ่งการปลูกต้นกาแฟจะปลูกแซมไม้ยืนต้นในผืนป่า โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า ทั้งนี้ธรรมชาติของต้นกาแฟชอบอยู่ในที่ร่ม และสามารถปลูกร่วมกับป่าได้โดยไม่ต้องแผ้วถางป่า ในส่วนของการพัฒนาคุณภาพของกาแฟตั้งแต่กระบวนการปลูก กระบวนการผลิต จนถึงกระบวนการจัดจำหน่ายโครงการหลวงจะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด รวมถึงผู้ชงกาแฟหรือบาริสต้า และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายกาแฟของโครงการหลวง ซึ่งผู้บริโภคสามารถหาซื้อกาแฟคุณภาพดีจากโครงการหลวงได้สะดวกยิ่งขึ้น
 
17 กันยายน 2561 , 15:14 น. , อ่าน 17  

 ข่าวโดย