ตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสู่โครงการเกษตรวิชญา ตามพระราชดำริ บ้านกองแหะ จังหวัดเชียงใหม่

  
    โครงการเกษตรวิชญา ตั้งอยู่ที่ บ้านกองแหะ หมู่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ 1,350 ไร่ เป็นพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อใช้ในกิจการของทางราชการ อันก่อให้เกิดประโยชน์เป็นส่วนรวมต่อหน่วยราชการ สถานศึกษา และราษฎร นายธงชัย บุญเรือง ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้โครงการเกษตรวิชญา เล่าว่า พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังบ้านกองแหะ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2544 ทรงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสำรวจและวางแผนการใช้ที่ดิน พัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้ได้แนวทางหรือวิธีการที่เหมาะสมต่อการเกษตร ทรงพระราชทานนามศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร บ้านกองแหะ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ว่า “เกษตรวิชญา” เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2549 โครงการเกษตรวิชญา นอกจากจะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงและขยายผลสู่เกษตรกร เป็นต้นแบบการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เปิดพื้นที่ให้เป็นศูนย์เรียนรู้โครงการเกษตรวิชญาเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ ศูนย์เรียนรู้ธนาคารอาหารชุมชน ศูนย์เรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ศูนย์เรียนรู้พื้นที่ทรงงาน และศูนย์เรียนรู้การขยายผลสู่เกษตรกรต้นแบบ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำฐานเรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง จำนวน 8 ฐาน มีหน่วยงานที่ร่วมดูแลรับผิดชอบ 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย ฐานเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินบนพื้นที่สูง ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกพืชผัก ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกไม้ผล/ไม้ยืนต้นบนพื้นที่สูง ฐานเรียนรู้ด้านการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ฐานเรียนรู้การปลูกข้าวไร่และธัญพืชเมืองหนาว ฐานเรียนรู้ประมงบนพื้นที่สูง ฐานเรียนรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ และฐานเรียนรู้ด้านการบัญชีและสหกรณ์ กล่าวได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือ “แหล่งขุมทรัพย์แห่งปัญหาทางการเกษตร” ที่รวบรวมความรู้ทางการเกษตรทั้งด้านวิชาการและภูมิปัญญาชาวบ้าน มาผสมผสานทั้งเทคนิคการเกษตรสมัยใหม่ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมการเกษตรพื้นบ้าน เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ เข้าถึงง่ายในการใช้ประโยชน์และมีส่วนร่วมชาวบ้านมีรายได้ที่มั่นคง มีความสุขอย่างเพียงพอ
 
28 มิถุนายน 2562 , 13:39 น. , อ่าน 25  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด