มาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนในช่วงเกิดภาวะภัยแล้งปี 2562 ของจังหวัดเชียงใหม่

  
    สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ เผยมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน แนะเกษตรกรปลูกพืชตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ สำหรับประชาชนให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำสำรองไว้ใช้มากที่สุดในช่วงเกิดภาวะภัยแล้ง นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำฯ สำนักงานชลประทานที่ 1 เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลปริมาณฝนที่ตกสะสมในปี 2562 ถึงปัจจุบันของจังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณเท่ากับ 165 มม. ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำปิงและลำน้ำสาขามีปริมาณน้อยโดยเฉพาะในแม่น้ำปิงมีปริมาณน้ำไหลผ่านสะสมถึงปัจจุบันที่สะพานนวรัฐเท่ากับ 131 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ร้อยละ 55 จึงส่งผลกระทบต่อการใช้งานทุกภาคส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำทำให้เกิดภัยแล้งขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ จึงได้กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนช่วงเกิดภาวะภัยแล้ง ให้สามารถเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำให้มากที่สุด และไม่ระบายจากเขื่อนจนกว่าปริมาณน้ำจะมากกว่าเส้นควบคุมตอนล่าง ซึ่งขณะนี้เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล สามารถกักเก็บน้ำได้ปริมาณ 75 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา 45 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา กักเก็บน้ำ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามได้มีการบริหารปริมาณน้ำฝนให้ไหลสู่ระบบคลองชลประทาน แทนการบริหารงานที่ระบายจากเขื่อน สำหรับพื้นที่ดอนที่ยังไม่ได้ปลูก แนะนำให้พี่น้องเกษตรกรทยอยเพาะปลูกตามปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ สำหรับพื้นที่เพาะปลูกแล้วจะดำเนินการตามมาตรการส่งน้ำแบบปราณีตโดยวิธีเปียกสลับแห้ง ส่งน้ำแบบรอบเวรหมุนเวียนในแต่ละพื้นที่ จากเขื่อนแม่งัดช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และสนับสนุนเกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายของผลผลิต รวมทั้งการวางแผนการบริหารจัดการน้ำที่จัดสรรอย่างเข้มงวดและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาการใช้น้ำจากแก้มลิงธรรมชาติ เสริมแหล่งน้ำด้วยบ่อบาดาลในพื้นที่ที่เป็นที่ดอน และเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องจักรเครื่องมือสนับสนุนต่างๆ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 1 ขอความร่วมมือประชาชนและทุกภาคส่วน ตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มีน้ำสำรองไว้ใช้มากที่สุดและขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ทยอยเพาะปลูกพืชตามปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปลูกข้าวเพื่อลดปริมาณน้ำที่ระบายจากเขื่อน ให้สามารถกักเก็บเป็นแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ตลอดฤดูแล้งที่จะมาถึงด้วย
 
23 กรกฎาคม 2562 , 15:34 น. , อ่าน 21  

 ข่าวโดย   เสาวณัฐ มูลสม