รถกำจัดหมอกควัน พลิกเศษวัสดุเป็นถ่านชีวภาพ..//

  
    รถกำจัดหมอกควัน “ไพโรไลซิส” ต้นแบบ พลิกเศษวัสดุเป็นถ่านชีวภาพ ช่วยลดค่าก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าเดิมถึง 4 เท่า..// ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ศึกษาวิจัยการนำวัสดุทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์ในรูปของเชื้อเพลิงพลังงานร่วมกับถ่านหิน จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ซังข้าวโพด ไม้สับ และเหง้ามันสำปะหลัง สามารถผลิตชีวมวลได้ปริมาณ 50 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และถ่านชีวภาพได้กว่า 600 กิโลกรัมต่อวัน มีต้นทุนการผลิตประมาณ 10 – 12 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งช่วยลดต้นทุนของกระบวนการผลิต รวมทั้ง ชุมชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งช่วยประหยัดพลังงาน และช่วยลดปัญหาหมอกควันได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยการแปรรูปด้วยกระบวนการไพโรไลซิส เป็นกระบวนการสลายตัวด้วยความร้อนในสภาวะไร้อากาศในช่วงอุณหภูมิสูงประมาณ 600-800 องศาเซลเซียส กลายเป็นถ่านชีวภาพที่อุดมไปด้วยคาร์บอน สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ โดยมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับถ่านหิน แต่ปล่อยมลพิษที่ต่ำกว่าการใช้ถ่านหิน ขณะที่ถ่านชีวภาพยังมีโพรงออกซิเจนภายในนำไปบดย่อยใช้ปรับปรุงคุณภาพดินได้อีกด้วย ทั้งนี้ การผลิตถ่านชีวภาพ เป็นกระบวนการผลิตที่ให้คุณค่าทั้งทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาภาวะโลกร้อน และยังเป็นพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ที่สะอาด ลดการนำเข้าด้านพลังงานได้ โดยรถโมเดลต้นแบบคันนี้ เรียกได้ว่า เป็น “รถกำจัดหมอกควัน” โดยเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นถ่านชีวภาพ ลดปัญหาด้านการเผาในที่โล่ง และลดค่าก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าเดิมถึง 4 เท่า สำหรรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5394-2007-9 ต่อ 310,311
 
27 กรกฎาคม 2562 , 12:48 น. , อ่าน 37  

 ข่าวโดย   ธิติมา พันรอด