อากาศเชียงใหม่วิกฤติหนัก หากเป็นนานต้องออกภาวะฉุกเฉิน

  
    
อากาศเชียงใหม่ยังคงวิกฤติหนัก ซึ่งหากสูงกว่า 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหากยังคงต่อเนื่องยาวนานอาจต้องออกภาวะฉุกเฉินตามมาตรา 9
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาทางอากาศ จัดแถลงข่าวกรณีปัญหามลพิษทางอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ที่เกิดภาวะวิกฤติ หมอกควันปกคลุมทั่วเมืองตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมาติดต่อกันส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยรวม ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี โดยนายภุชงค์ อินทสัมพันธ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่ามลพิษทางอากาศปีนี้มีค่าสูงกว่าปี 2547 ซึ่งเคยเกิดภาวะวิกฤติมีฝุ่นละอองสูงกว่ามาตรฐานในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ปีนี้พบว่ามีภาวะฝุ่นละอองสูงกว่ามาตรฐานถึง 2 ช่วงคือระหว่าง 28 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ และ 1-7 มีนาคม ปีนี้ ขณะที่พบว่าปี 2547 ไฟป่าทำลายพื้นที่ป่ากว่าหมื่นไร่ ขณะที่ปีนี้พื้นที่ป่าถูกไฟเผาไปกว่า 4 พันไร่แล้ว ประกอบกับปีนี้ยังไม่มีฝนตกจึงเป็นเหตุหนึ่งให้หมอกควันไม่จางหาย
ด้านนายอภิวัฒน์ คุณารักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 กล่าวว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนสูงกว่าค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นกว่า 250 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากสูงเกินกว่า 300 ไมโครกรัมจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และหากมีภาวะเช่นนี้ยาวนานอาจจะต้องเสนอให้กรมควบคุมมลพิษออกภาวะฉุกเฉิน ตามมาตรา 9 ของกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นกฎอัยการศึกของสิ่งแวดล้อมที่เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปจัดการได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา
ด้านนางมนวิภา ศิริโหราชัย นักวิชาการสาธารณสุข กล่าวว่าจำนวนคนไข้โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในระยะนี้สูงขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันเมื่อปีก่อน ซึ่งเป็นนัยสำคัญของมลพิษทางอากาศที่ทุกคนต้องร่วมมือกันแก้ไข
 
7 มีนาคม 2550 , 17:45 น. , อ่าน 1208  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่