คตป.เสนอให้กลุ่มจังหวัดภาคเหนือจัดทำระบบข้อมูลคู่ขนานกับส่วนกลางและใช้หลักธรรมาภิบาลตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกด้าน

  
    
คณะอนุกรรมการตรวจสอบประเมินผลภาคราชการ เสนอให้กลุ่มจังหวัดภาคเหนือจัดทำระบบข้อมูลคู่ขนานกับส่วนกลางและใช้หลักธรรมาภิบาลตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกด้าน
ดร.ประกรณ์ อดุลพันธุ์ ประธานอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือเป็นประธานในการสัมมนาผู้บริหารระดับจังหวัด ผู้ตรวจสอบภายใน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือเพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่และแนวทางในการดำเนินการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่
นายดุษฎี สินเจิมสิริ ผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อค้นพบจากการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการปี 2549 โดยคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือใน 4 มิติคือมิติประสิทธิผล มิติประสิทธิภาพของการปฏิบัติภาคราชการ มิติคุณภาพการให้บริการและมิติพัฒนาองค์กร เพื่อไม่ให้ต้องใช้ข้อมูลจากส่วนกลางมาเป็นฐานข้อมูลในการประเมินผลอย่างเดียว จังหวัดควรจัดระบบการจัดเก็บข้อมูลคู่ขนานไปกับส่วนกลางเพื่อสอบยันความถูกต้อง เน้นหลักบริหารความเสี่ยง โดยกำหนดขอบเขตการสอบทาน 3 ประเด็นคือความครอบคลุม ความถูกต้องแม่นยำและความน่าเชื่อถือ และการนำไปใช้ประโยชน์ โดยควรกำหนดกรอบประเด็นการตรวจราชการให้ครอบคลุมการพัฒนาทุกด้านและใช้หลัก ธรรมาภิบาล มีการกำหนดแผนการตรวจราชการที่แน่นอน มีการจัดตั้งระบบการติดตามผลการใช้ประโยชน์จากข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจ
จากการประเมินผลในปีที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการหลายประการ ทำให้ไม่สามารถแสดงความเห็นหรือความเชื่อมั่นในการสอบทานได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องยังเข้าใจไม่ตรงกันจึงทำให้การตรวจสอบตามภารกิจยังไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
 
24 พฤษภาคม 2550 , 19:25 น. , อ่าน 1167  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่