ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินประชาธิปไตยและทิศทางของประเทศเองหลังการเลือกตั้งปลายปีนี้

  
    
ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติระบุ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินประชาธิปไตยและทิศทางของประเทศเองหลังการเลือกตั้งปลายปีนี้
พลเอกสนธิ บุญยรัตนกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ บรรยายพิเศษในการประชุมสัมมนาเรื่องการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์กับความมั่นคงของประเทศ ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก รัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้ร่วมรับฟังจาก 17 จังหวัดภาคเหนือกว่า 4,000 คน โดยพลเอกสนธิกล่าวว่าประเทศไทยเป็นประเทศมานานกว่า 800 ปี มีพระมหากษัตริย์ 80 พระองค์ และไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร จำเป็นอย่างยิ่งที่บ้านเมืองจะต้องเข้มแข็งทุกด้านโดยต้องได้รับความร่วมมือของประชาชนเป็นสำคัญ ขณะนี้ได้มอบหมายให้กองทัพและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในทำหน้าที่ดูแลให้ลดปัญหาความขัดแย้ง ทั้งเรื่องความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งเป็นชนวนสำคัญสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ นโยบายของกองทัพบกตั้งเป้าให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของและรักกองทัพ เพื่อเป็นแนวร่วมป้องกันภัยคุกคาม 7 ประการ อาทิ ภัยจากยาเสพติด ภัยจากบุคคลหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ภัยพิบัติธรรมชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ต้องลดความขัดแย้งเรื่องประเพณี วัฒนธรรม ศาสนา โดยระบุว่าการเมืองนั้นเป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นของประเทศต่อนานาอารยะ พลเอกสนธิกล่าวว่าการปฏิรูปการเมืองเมื่อครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้เพื่อประโยชน์ส่วนตนของคณะปฏิรูป แต่เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ประเทศชาติและประชาชน ตนและคณะได้แลกมาด้วยชีวิตเพื่อคืนโอกาสให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของประเทศ และกำลังจะหมดเวลา เมื่อมีการเลือกตั้งปลายปีนี้ ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจและดำเนินระบอบประชาธิปไตยเอง
ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติยังกล่าวด้วยว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันปี 2550 นั้นมาจากการนำฉบับปี 2540 มาปรับปรุงในส่วนที่ขาด ซึ่งผู้ร่างหลายคนมาจากชุดเดิม ดังนั้นประชาชนควรไปออกเสียงลงประชามติด้วยความรู้ ไม่ใช่เชื่อการชักนำจากผู้ใด
 
11 กรกฎาคม 2550 , 18:05 น. , อ่าน 1180  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่