แนะผู้ประกอบการ SMEs ปรับตัวลดต้นทุนการผลิตรับค่าเงินแข็ง

  
    
นักวิชาการแนะผู้ประกอบการ SMEs ปรับตัวลดต้นทุนการผลิต สร้างผลิตภัณฑ์ของตนเองแทนการรับจ้างผลิตรับสภาวการณ์แข็งตัวของค่าเงินบาท
ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิเคราะห์และเตือนภัย SMEs รายสาขาเปิดเผยว่า ผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยมีอยู่ 3 กลุ่มหลักคือ อุตสาหกรรมการผลิต ผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก และการบริการและการท่องเที่ยว ซึ่ง SMEs มีต้นทุนสูงและมีกำไรต่ำอยู่แล้ว เมื่อเกิดภาวการณ์แข็งตัวของค่าเงินบาท จึงเกิดผลกระทบได้ในกิจการที่มีระบบการบริหารจัดการไม่ดี และผลกำไรไม่มาก โดยธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบมากในขณะนี้คือเสื้อผ้า และสิ่งทอ รองเท้า และกิจการรับจ้างผลิต สำหรับข้อแนะนำแก่ผู้ประกอบการในขณะนี้คือควรหันมาสำรวจกิจการ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ไม่ควรเสียค่าใช้จ่ายกับต้นทุนที่เกิดจากของเสีย พยายามสร้างตราสินค้าเอง รวมกลุ่มผลิตเพื่อลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการจำหน่าย รักษาคุณภาพของสินค้า สร้างเครือข่ายซื้อขายวัตถุดิบ พัฒนาสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเดิม พัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างแรงจูงใจต่อผู้บริโภค และตัดตอนสิ่งที่ไม่เกิดกำไร ก็จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิเคราะห์และเตือนภัย SMEs รายสาขากล่าวในตอนท้ายว่า จากการคาดการณ์ในปีนี้ SMEs น่าจะสามารถสร้างรายได้จากการขายสุทธิกว่า 4.9 ล้านล้านบาท มีมูลค่าส่งออกกว่า 1.6 ล้านล้านบาท หรือมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 13 สร้างมูลค่าเพิ่มทางการเงินได้กว่า 3แสน 9 หมื่นล้านบาทหรือขยายตัวกว่าร้อยละ 20 จากปี 2549
 
20 กรกฎาคม 2550 , 09:34 น. , อ่าน 1184  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่