การปิดสนามบินเหมือนการจับประเทศไทยเป็นตัวประกัน

  
    นายกรัฐมนตรีระบุมาตรการแก้ปัญหาสถานการณ์ในขณะนี้เป็นมาตรการที่ดีที่สุดและไม่ได้มุ่งใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ทั้งนี้เห็นว่าการปิดสนามบินเหมือนการจับประเทศไทยเป็นตัวประกัน
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวหลังการประชุมเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ข้าราชการระดับปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศและผู้นำเหล่าทัพ ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ว่า การปิดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เกิดความเดือดร้อนอย่างหนักทั่วไป เพราะการปิดสนามบินเปรียบเหมือนการจับประเทศไทยเป็นตัวประกัน ผู้โดยสารตกค้างนับแสนคน คนไทยจากต่างประเทศกลับบ้านไม่ได้ จึงได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดกระทรวงไปชี้แจงและดูแลประชาชนไม่ให้เกิดความวิตกกังวล โดยพบว่าสินค้าเกษตรที่ต้องส่งออกไปต่างประเทศรวมมูลค่าวันละสามหมื่นล้านบาทต่อวันที่ต้องตกค้างเน่าเสีย ขณะที่พบว่านักท่องเที่ยวยกเลิกการจองห้องพักจำนวนมากโดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวตามมา อันจะกระทบถึงปัญหาคนตกงานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ไม่ทราบว่าพันธมิตรฯจะปิดสนามบินทำไม ทั้งนี้เห็นว่าปัญหาการเมืองก็ควรแก้ทางการเมือง โดยกล่าวว่ามาตรการแก้ปัญหาสนามบินด้วยการออกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพื้นที่สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมินั้นเป็นมาตรการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในขณะนี้ และไม่มีวัตถุประสงค์จะใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา แต่เป็นการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่าได้มีการประสานพูดคุยกับพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกหลายครั้ง ทั้งนี้ไม่ยืนยันว่าไม่ยุบสภาหรือไม่ลาออก โดยกล่าวว่าสิ่งใดที่ตัดสินใจแล้วเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็จะทำ ทั้งนี้สำหรับการพูดคุยกับฝ่ายตรงข้ามนั้น หากคุยแล้วเกิดประโยชน์ก็พร้อมจะเจรจา ล่าสุดได้มอบหมายให้นายสุขุมพงษ์ โง่นคำ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไปเจรจาเพื่อหาทางประสานแล้ว
 
1 ธันวาคม 2551 , 10:13 น. , อ่าน 1197  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-เสาวลักษณ์-จตุพร สวท.เชียงใหม่