สำนักงานพาณิชย์ จังหวัดเชียงใหม่ เผยถึงมาตรการรองรับวิกฤติเศรษฐกิจปี 2552 เพื่อช่วยเหลือผู้ว่างงาน ผู้ประกอบกิจการ และฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย

  
    
สำนักงานพาณิชย์ จังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า ตามที่ได้เกิดภาวะวิกฤติเศรษฐกิจไทยชะลอตัวตั้งแต่ปี 2548 ต่อเนื่องถึงปี 2551 ส่งผลให้มีผู้ว่างงานถึง 5 แสนคน และแนวโน้มในปี 2552 จะมีเพิ่มขึ้นเป็น 9,000,000 ถึง 1,300,000 คน รัฐบาลจึงได้กำหนดแนวทางการจัดการเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาว่างงาน และรองรับวิกฤติเศรษฐกิจ คือ ดำเนินมาตรการดูแลผู้ว่างงาน ให้ผู้ตกงานได้รับการดูแลและมีสวัสดิการที่เหมาะสมระหว่างตกงาน อบรมทักษะฝีมือที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนงาน และช่วยเหลือหางานใหม่ สนับสนุนศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การจ้างงานและการสร้างรายได้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ กำกับดูแลราคาสินค้าเกษตรและราคาพลังงาน ในช่วงที่มีแนวโน้มลดลง ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและผลตอบแทนที่เหมาะสมของเกษตรกร สร้างความเชื่อมั่นและบรรยากาศที่ดีสำหรับการลงทุนและการท่องเที่ยวให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณและขับเคลื่อนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ผลักดันและใช้จ่ายงบประมาณปี 2552 เพิ่มอีก 3 แสนล้านบาท และสนับสนุนการเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐ
นอกจากนั้น ได้มีการกำหนดมาตรการตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ประกอบด้วย การกู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุลงบประมาณ ตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณและ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ กำหนดไว้ว่า ปีงบประมาณ 2552 มีงบขาดดุลที่ตั้งไว้ประมาณ 250,000 ล้านบาท รวมงบรายจ่ายเพิ่มเติมอีก 1 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อหักกับวงเงินขาดดุลสูงสุดตามกฎหมายจะเหลือวงเงินกู้อีกประมาณ 89,000 ล้านบาท การใช้นโยบายกึ่งการคลัง ระบุว่า รัฐบาลจะค้ำประกันหนี้ให้รัฐวิสาหกิจได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี หากรัฐบาลจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมอีก 1 แสนบาท รัฐบาลจะค้ำประกันหนี้ให้รัฐวิสาหกิจสูงสุดไม่เกิน 387,000 ล้านบาท การนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาใช้ในโครงการเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในกรณีกู้เงินเป็นเงินตราต่างประเทศตามกฎหมายอนุญาตให้ทำได้อีกไม่เกินร้อยละ 10 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดูแลสภาพคล่องในประเทศ เพื่อไม่ให้วิกฤติสภาพคล่องตลาดโลก ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ โดยต้องรายงานความเคลื่อนไหว ธุรกรรมทางการเงินของสถาบันการเงินที่ทันต่อเหตุการณ์ รวมไปถึงรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินให้ยืดหยุ่นและทนทาน รองรับความผันผวนสถาบันการเงินโลก นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดมาตรการรับมือวิกฤติเศรษฐกิจเพิ่มเติม คือ คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำการลดดอกเบี้ยลงอีกอย่างน้อยร้อยละ 0.5 อีกด้วย
 
14 มกราคม 2552 , 14:44 น. , อ่าน 1227  

 ข่าวโดย   พยนต์ – ปรัศนีย์ – อุทุมพันธ์ สวท.เชียงใหม่