เศรษฐกิจไทยจะฟื้นในไตรมาสที่ 4 ตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยจีนจะเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกรายสำคัญ

  
     คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะฟื้นในไตรมาสที่ 4 ตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยจีนจะเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกรายสำคัญ ขณะที่สินค้าเกษตรแปรรูปและชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ของไทยยังคงขายได้ดี
ในงานมหกรรมการออม การลงทุนครบวงจร Set in the city สัญจร ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันการเงินในจังหวัดเชียงใหม่ และองค์กรพันธมิตร ได้มีการจัดเสวนา วิเคราะห์ปากท้องชาวบ้านจากเศรษฐกิจและมาตรการการเงิน โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้บริการส่วนกลยุทธ์นโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย มีสาระที่น่าสนใจโดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูลกล่าวว่า เศรษฐกิจของไทยนั้นอิงกับเศรษฐกิจโลก หากเศรษฐกิจโลกตกต่ำ เศรษฐกิจไทยจะไม่ดีไปด้วย ทั้งนี้เพราะไทยพึ่งการส่งออก การลงทุนและการท่องเที่ยว ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นหลังจากเศรษฐกิจโลกฟื้น 3-4 ปี ขณะที่การลงทุนจากสาธารณูปโภคในอดีตยังไม่ได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ หากเศรษฐกิจฟื้นก็ยังจะไม่มีการลงทุนใหม่มากนัก
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศกกล่าวว่า ร้อยละ 70 ของ จีดีพี.ของไทยขึ้นอยู่กับการส่งออก เศรษฐกิจไทยลดลงไปถึงร้อยละ 7 ประกอบกับความตึงเครียดทางการเมือง โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยิ่งเป็นประเด็นซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย
ขณะที่นายอนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวว่า ยังไม่มีการลงทุนเพิ่มในประเทศไทยในระยะนี้ เมื่อไม่มีการจับจ่าย เอกชนก็จะลดกำลังการผลิต ส่งผลให้เกิดการเลิกจ้าง ปัญหาว่างงานก็ตามมา ขณะนี้ยอดผู้ว่างงานได้เพิ่มขึ้นจาก 5 แสนคนเป็น 8 แสนคนแล้ว ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ลดลง
อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 4 เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ประเทศที่นำพาเศรษฐกิจโลกดีขึ้นในครั้งนี้คือสาธารณรัฐประชาชนจีน รองลงมาคืออินเดีย โดย จีนมีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ปัจจุบันนำเข้าอิเลคโทรนิคส์จำนวนมาก ซึ่งไทยผลิตชิ้นส่วนอิเลคโทรนิกส์ร้อยละ 40 ของโลก โดยมองว่าอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรจะขายดีที่สุด ขณะที่ภาครัฐนั้นหากจะช่วยเหลือประชาชนหรือภาคธุรกิจต้องให้ถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุดและผ่านระบบราชการน้อยที่สุด จึงจะช่วยแก้วิกฤติได้ระดับหนึ่ง
 
1 สิงหาคม 2552 , 16:52 น. , อ่าน 1181  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่