ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงแนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษตาม กฎหมาย ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดที่คดีถึงที่สุด โดยผู้ที่จะยื่นถวายฎีกาต้องเป็นผู้ต้องโทษหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง โดยตรงเท่านั้นที่จะเป็นผู้ยื่นแทน ซึ่งทนายความไม่มีอำนาจที่จะยื่นถวายฎีกาแทนได้
นายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงแก่ตัวแทนสื่อมวลชนและผู้บริหารสื่อใน จังหวัดเชียงใหม่ ถึงสาระสำคัญเกี่ยวกับการยื่นถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษว่า ตามกฎหมายแล้วการขอพระราชทานอภัยโทษ คือการขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แก่ผู้ต้องโทษที่คดีถึง ที่สุด ให้ได้รับการปล่อยตัวหรือลดโทษแล้วแต่กรณี ซึ่งทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์ตามพระราช อำนาจที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยผู้มีสิทธิยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษนั้น จะต้องเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้รับโทษประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ หรือริบทรัพย์สิน หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว เช่น บิดา มารดา บุตร ภรรยา ญาติที่เกี่ยวข้องใกล้ชิด โดยไม่รวมถึงทนายความเพราะไม่ใช่ผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมาประชาชนส่วนหนึ่งยังมีความสับสน ซึ่งกระทรวงยุติธรรมก็ได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว รวมทั้งกฎหมาย ระเบียบขั้นตอนที่ต้องเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ
สำหรับหลักในการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภททั่วไปซึ่งกรมราชทัณฑ์เป็นผู้ดำเนินการเนื่องในโอกาสสำคัญเป็นประจำ ทุกปี และประเภทเฉพาะราย ซึ่งแบ่งเป็น 2 ลักษณะคือผู้ที่ได้รับการตัดสินให้ประหารชีวิตให้ยื่นภายใน 60 วันหลังคำพิพากษา และลักษณะโทษทั่วไป ซึ่งสามารถยื่นได้ทันทีหลังคดีสิ้นสุด โดยยื่นด้วยตนเองหรือผู้เกี่ยวของโดยตรง ส่วนบุคคลต่างชาตินั้น สถานทูตสามารถยื่นเรื่องแทนได้ โดยยื่นเรื่องได้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถาน ยื่นที่กรมราชทัณฑ์ หรือสำนักราชเลขาธิการ หรือที่กระทรวงการต่างประเทศในกรณีคนต่างชาติ แต่ไม่ว่าจะยื่นเรื่องที่ใด ทุกเรื่องก็จะถูกส่งมายังกรมราชทัณฑ์พิจารณาเบื้องต้น แล้วส่งต่อไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณา นำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป
 
8 สิงหาคม 2552 , 21:27 น. , อ่าน 1186  

 ข่าวโดย   พยนต์ ยศสุพรหม สวท. เชียงใหม่