กรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบระบบ Barter Trade ลำไยแลกกับรถถังที่จังหวัดเชียงใหม่ ระบุพบปัญหามากมาย ภายหลังบริษัทคู่ค้า 1 รายเลิกสัญญา

  
     นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังเข้าตรวจสอบที่โกดังเก็บลำไยอบแห้ง ขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ในโอกาสเดินทางมารับฟังปัญหาการทำ Barter Trade ระหว่างไทยกับจีน ในสินค้าลำไยแลกกับรถถัง โดยคณะได้เข้าตรวจสอบโกดังเก็บลำไยอบแห้งและตรวจสอบคุณภาพลำไยปี 2548 ที่เก็บไว้ภายในโกดังพบว่าลำไยยังคงมีคุณภาพดี ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ปี 2548 มีลำไยที่ขายไปแล้วกว่า 7 พันตัน และยังไม่ได้ขายเนื่องจากปัญหาการผิดเงื่อนไขสัญญาของบริษัทคู่ค้าจากจีนกว่า 25,000 ตัน มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ขณะที่ลำไยปี 2546 และ 2547 ก็ยังไม่ได้ขายออกจำนวนมาก ทั้งนี้ลำไยเป็นสินค้าเศรษฐกิจที่ใช้งบประมาณของชาติปีละจำนวนมาก จึงต้องดำเนินการอย่างรัดกุม ที่สำคัญต้องมีกลไกตลาดของลำไยเอง และพบว่ามีปัญหาทุกปี ในปี 2548 รัฐบาลให้สหกรณ์กู้เงิน 1,400 ล้านบาทมากู้ลำไย และจัดหาผู้ซื้อจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาให้ แต่พบว่าสหกรณ์ หน่วยงานของรัฐและเกษตรกรไม่ทราบเนื้อหาสาระของสัญญา จึงเกิดปัญหาจนกระทั่งบริษัทชิโน คอมโบ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด 1 ในบริษัทคู่ค้าได้ยกเลิกสัญญา จึงพบว่าระบบ Barter Trade มีปัญหา ดังนั้นรัฐต้องทบทวน ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่าหลังจากนี้คณะจะนำข้อสรุปที่ได้รับไปเสนอรัฐบาล และต้องศึกษาความจริงใจในการร่วมค้าระหว่างไทยกับจีนด้วย ขณะที่เห็นด้วยกับแนวทางของสหกรณ์ว่าอยากให้ลำไยเป็นไปตามกลไกตลาดและรัฐบาลสนับสนุนทดแทนในส่วนที่ขาดทุนจะดีกว่า
 
, อ่าน 1235  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่