เลขาธิการ ป.ป.ง. ระบุ มีกลุ่มผู้กระทำผิดตามกฏหมายฟอกเงินคดีทุจริตลำไยในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงรายและลำพูน 4 กลุ่ม มูลค่าความเสียหายกว่า 1,100 ล้านบาท

  
     พลตำรวจตรีพีรพันธุ์ เปรมภูติ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง กล่าวถึงคดีการทุจริตลำไยปี 2547 ว่า รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามการทุจริตการจำนำลำไยโดยมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบ ล่าสุดคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติให้ตรวจสอบและยึดทรัพย์สินที่เชื่อว่าทุจริตจากการรับจำนำลำไยปี 2547 ตามมูลฐานความผิดกฎหมายฟอกเงิน มูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มีกลุ่มผู้กระทำผิดอยู่ 4 กลุ่มคือ ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร นิติบุคคล ประมาณ 7 แห่ง นักการเมืองท้องถิ่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย และกลุ่มประชาชนที่เป็นเกษตรกรปลอม ซึ่งอาจจะมีลำไยบางส่วนและแจ้งเท็จ และกลุ่มที่สวมสิทธิ์โดยไม่มีลำไยเลย นอกจากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่ธนาคารบางคนช่วยทำผิดระเบียบโดยเช็คสั่งจ่ายให้บุคคลบางคนที่สวมสิทธิ์ด้วย ซึ่งทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายฟอกเงิน และหากเป็นข้าราชการก็จะต้องโทษทางวินัยด้วย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกล่าวด้วยว่า ลำไยปี 2547 มีประมาณแสนตัน แต่พบว่ามีไม่ถึง ที่มีก็ไม่ได้คุณภาพเพราะถูกปลอมปนจำนวนมาก อาจจะขายไม่ได้ราคา และเชื่อว่ายังมีทรัพย์สินอีกหลายส่วนที่ยังไม่ถูกดำเนินการ ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายจ่ายโอนก็จะต้องโทษจำคุก 3 ปีและโทษทางอาญา ทั้งนี้ที่ผ่านมาในการทำงานของ ป.ป.ง.พบว่าจากการตรวจสอบทรัพย์สินและยึดอายัดได้อันดับสองรองจากยาเสพติดคือคดีทุจริตคอรัปชั่น
 
, อ่าน 1169  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง