สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ จัดเทศกาลภาพยนตร์สารคดีตามโครงการ American Documentary Showcase

  
    จัดเทศกาลภาพยนตร์สารคดีจากสหรัฐอเมริกา ตามโครงการ American Documentary Showcase โดยนำภาพยนตร์สารคดีร่วมสมัย สารคดีหาดูยาก สารคดีที่มีพลังผลักดันการเปลี่ยนแปลงสังคมและสารคดีรางวัลจากหลากหลายเทศกาลมาให้ชมฟรีถึงเมืองเชียงใหม่
สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา จังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า งานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีจากสหรัฐอเมริกา ภายใต้แนวคิด มองอเมริกาในมุม (กล้อง)ใหม่ ชั่วโมงนี้ ไม่มี Hollywood โดยเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี ตามโครงการ American Documentary Showcase ที่โรงภาพยนตร์กลางแจ้ง ชั้นดาดฟ้า ตึก Media Arts and Design ถ.นิมมานเหมินทร์ เวลา 19.00 น. 2 วันคือ วันที่ 9 ธันวาคม 2552 ฉายเรื่อง Flow: for the Love of Water และวันที่ 10 ธันวาคม 2552 เรื่อง Miss Navajo นอกจากนั้น ยังจัดฉายภายในโรงภาพยนตร์ ณ Mini Theatre @ American Corner ชั้น 3 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เวลา 12.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2552 เรื่อง Flow: for the Love of Water วันที่ 17 ธันวาคม 2552 เรื่อง Miss Navajo วันที่ 21 ธันวาคม 2552 เรื่อง A Man Named Pearl และวันที่ 24 ธันวาคม 2552 เรื่อง Made in LA และสำหรับเรื่อง Flow: for the Love of Water และ Miss Navajo มีบรรยายภาษาไทยด้วย
โครงการ American Documentary Showcase เป็นการกระจายสารคดีร่วมสมัยให้กับสถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศต่างๆได้จัดฉาย เพื่อนำเสนอมุมมองที่หลากหลายของชีวิตในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงค่านิยมของสังคมประชาธิปไตย อย่างที่จะให้ได้จากงานของผู้สร้างสารคดีชุดนี้ โดยหวังว่าจะเป็นการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือร่วมใจในสังคมและชุมชน ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://chiangmai.usconsulate.gov หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0-5310-7772 หรือ 081-883-4008
สำหรับรายละเอียดของภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีดังนี้ Flow: for the Love of Water (ความยาว 84 นาที) เป็นภาพยนตร์สารคดีเปิดโปงอุตสาหกรรมผลิตน้ำดื่ม ซึ่งมีมูลค่ามากมายมหาศาล เจาะลึกประเด็นทางการเมืองและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 นั่นคือ วิกฤตน้ำโลก หนังฉายภาพความพยายามแปรรูปทรัพยากรน้ำของโลกที่ลดน้อยลงทุกวันให้เป็นกิจการของเอกชน โดยเน้นประเด็นการเมือง มลพิษ สิทธิมนุษยชน และกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ร่วมมือกันผูกขาดทรัพยากรน้ำของโลก สารคดีเรื่องนี้ยังพูดถึงบุคคลและสถาบันต่าง ๆ ที่พยายามหาทางออกให้กับวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำ รวมทั้งผู้ที่พยายามพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
Miss Navajo (ความยาว 60 นาที) เป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับความงดงามที่ซ่อนอยู่ภายในของเหล่าหญิงสาวที่เข้าร่วมการประกวดนางงามซึ่งต่างกับเวทีอื่น ๆ เวทีนี้ผู้ประกวดไม่เพียงต้องแสดงออกถึงความมั่นใจและความสง่างามเช่นการประกวดทั่ว ๆ ไป แต่ยังต้องตอบคำถามยาก ๆ เป็นภาษานาวาโฮ และแสดงความสามารถเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเผ่า เช่น การทำขนมปังทอด การถักทอพรม และการชำแหละแกะ หนังสะท้อนแง่มุมการอนุรักษ์วัฒนธรรม บทบาทของสตรีในการสืบทอดประเพณีที่กำลังเลือนหาย ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ผู้อำนวยการสร้างชาวอเมริกันอินเดียนอุทิศให้เป็นเกียรติกับมารดาของเขาที่ได้รับตำแหน่ง Miss Navajo ในปีค.ศ. 1966
Made in LA (ความยาว 70 นาที) เป็นหนังเล่าเรื่องราวอันน่าทึ่งของแรงงานหญิงอพยพชาวละตินอเมริกัน 3 คนในโรงงานเสื้อผ้าที่ลอสแองเจลิส ที่จับมือกันต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานจากบริษัทขายเสื้อผ้าชื่อดัง 'Forever 21' เป็นเวลายาวนานถึง 3 ปี Made in LA เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน พลังแห่งความเป็นเอกภาพ และความกล้าหาญที่จะเรียกร้องสิทธิของตนเอง
A Man Named Pearl (ความยาว 78 นาที) เป็นคำพูดดูถูกในปี ค.ศ. 1976 ทำให้ Pearl Fryar เปลี่ยนใจไม่ย้ายไปอยู่ในถิ่นคนขาว เขาถูกสบประมาทว่า คนดำทำสวนไม่เป็น ซึ่งกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เพิร์ลลงมือสร้างสวนต้นไม้ดัด ซึ่งสวยงามจนสามารถดึงดูดคนมาให้เยี่ยมชมได้ถึงกว่า 5,000 คนต่อปี หนังสารคดีเรื่องนี้เสนอสารที่บอกเล่าเกี่ยวกับการเคารพตัวเองและผู้อื่น
 
3 ธันวาคม 2552 , 14:51 น. , อ่าน 1178  

 ข่าวโดย   พยนต์ ยศสุพรหม สวท. เชียงใหม่