ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติระบุ 52 จังหวัดในประเทศไทยยังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาเสพติด

  
     นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมมอบและเน้นย้ำนโยบายการดำเนินงานต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่โดยมีข้าราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก 17 จังหวัดภาคเหนือร่วมประชุมรับมอบนโยบาย ทั้งนี้จากการที่รัฐบาลได้กำหนด Roadmap การเฝ้าระวังและสร้างความยั่งยืนในการเอาชนะยาเสพติด พ.ศ.2549-2551 และได้เปิดปฏิบัติการรวมพลังไทยทั้งชาติขจัดยาเสพติด ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม -31 สิงหาคม 2549 พลังแผ่นดินจากประชาชนจึงต้องร่วมกันเฝ้าระวังสกัดกั้นและกวาดล้างยาเสพติดเพื่อแก้ไขปัญหาลดความรุนแรงในพื้นที่ พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครับ 60 ปี ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติกล่าวว่าพื้นที่ 52 จังหวัดในประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังเรื่องยาเสพติด ขณะที่พบว่าประเทศเพื่อนบ้านให้ความร่วมมือกวาดล้างยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตามแหล่งผลิตนอกประเทศเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมซึ่งต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงใจระหว่างประเทศ สำหรับสถิติผู้กลับมาเสพซ้ำในกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดมีมากประมาณร้อยละ 20 ซึ่งต้อง ลดจำนวนนี้ลงเพื่อลดความต้องการใช้ยา ขณะที่ภาคเหนือพบว่ายาเสพติดหลักยังคงเป็นยาบ้า และมีการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นเพื่อผลิตเฮโรอีน จากประเทศไทยไปยังพม่าเพิ่มมากขึ้นโดยผ่านช่องทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ โดยมีช่องทางลักลอบนำเข้าสำคัญคือจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา พิษณุโลก น่าน และอุตรดิตถ์ โดยเปลี่ยนกระบวนการใช้ผู้หญิง เด็ก เยาวชน แรงงานต่างด้าว และชาวเขา นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มว้าเริ่มผลิตยาอีปลอมและไอซ์ เพิ่มมากขึ้น ขณะที่สารระเหย กัญชา และฝิ่น มีแนวโน้มแพร่ระบาดมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน
 
, อ่าน 1177  

 ข่าวโดย   ธนวรรณ ชุมแสง สวท.เชียงใหม่