ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เตรียมใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดกับกลุ่มที่ยังสร้างมลพิษทางอากาศ หลังจากได้ประกาศสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าเป็นวาระของจังหวัดพร้อมเร่งรณรงค์แล้วยังไม่สามารถลดการเผาลงได้

  
    
นายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ยังคงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กับการเผาพื้นที่ทำการเกษตรและการเผาในที่โล่งของประชาชนทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาแม้ขณะนี้ยังไม่รุนแรง แต่ถ้าหากประชาชนยังคงเผาป่าและในที่โล่งอยู่เช่นนี้ ก็จะทำให้สถานการณ์หมอกควันรุนแรงขึ้น และอาจมีความจำเป็นที่ต้องนำเอามาตรการทางกฎหมายมาบังคับใช้ ในการควบคุมและปราบปรามผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเข้มงวด เพื่อให้ประชาชนเกิดความเกรงกลัวและปฏิบัติตามมาตรการมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเท่าที่ควร
ในขณะที่นายประหยัด อนันต์ประดิษฐ์ ตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า ขณะนี้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นมา จาก 40-60 เพิ่มเป็น 60-80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสอดคล้องกับจำนวน Hotspot ที่เพิ่มขึ้นวันละ 24-26 จุด โดยพบว่าไฟป่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 นี้เกิดขึ้นแล้ว 296 ครั้ง สร้างความเสียหาย 1,922.5 ไร่ พื้นที่เกิดไฟป่ามากที่สุดคือ อ.ดอยสะเก็ด 73 ครั้ง อ.ฮอด 64 ครั้ง อ.จอมทอง 64 ครั้ง ส่งผลให้เกิดหมอกควันปกคลุมทั่วเมืองเชียงใหม่ และหากประชาชนยังคงเผาป่าหรือในที่โล่ง สถานการณ์หมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ปีนี้ก็อาจจะรุนแรงเหมือนกับปีที่ผ่านมา
 
18 กุมภาพันธ์ 2553 , 17:21 น. , อ่าน 1197  

 ข่าวโดย   พยนต์-มยุรี สวท. เชียงใหม่