รายงานพิเศษ สินค้าหัตถกรรมของชุมชนบ้านดู่ ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง

  
     รายงานพิเศษ สินค้าหัตถกรรมของชุมชนบ้านดู่ ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พัฒนาเพื่อยกระดับชุมชนอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
ชุมชน หมู่ 11 บ้านดู่ ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างแท้จริง หลังจากได้รับอนุมัติงบประมาณจำนวน 250,000 บาทจากโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนแล้ว ก็ได้จัดสรรให้สองโครงการใหญ่ ๆ คือ โครงการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพ และโครงการปรับปรุงพัฒนาสินค้าหัตถกรรม แอนติก โดยเฉพาะโครงการจัดทำสินค้าหัตถกรรมนั้น ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 150000 บาท ชุมชนบ้านดู่เดิมเลยรับจ้างพ่อค้าคนกลางผลิตสินค้าหัตถกรรมร้อยละ 60 ส่งบ้านถวาย ต่างคนต่างอยู่ แต่ในปัจจุบันได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับและสามารถส่งขายได้เอง เพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว และชุมชน เมื่อชาวบ้านหันหน้าเข้าหากัน ชุมชนจึงเข้มแข็ง ปัจจุบันชาวบ้านดู่ ทั้งคนเฒ่าแก่ วัยรุ่นหนุ่มสาวหรือเด็ก ๆ ต่างก็มีรายได้จากงานหัตถกรรม จากรายได้เสริมกลายเป็นรายได้หลัก
นายอดิศร แก้วดวงดี รองประธานกลุ่มแอนติกบ้านดู่กล่าวว่าก่อนหน้าชาวบ้านดู่ต่างคนต่างอยู่ แต่การทำอย่างนั้นไม่มีประโยชน์ สู้หันหน้าเข้าหากัน รวมกลุ่มกัน สามารถกำหนดราคาสินค้าได้ ร่วมกันพัฒนาสินค้า ขณะนี้มีกลุ่มหัตถกรรมแอนติก 28 ครัวเรือน ประมาณ 100 คน แต่ละคนมีรายได้ สินค้าราคาสูงขึ้น ช่วยกันพัฒนา และหาตลาด ในชุมชนบ้านดู่จะผลิตสินค้าครบวงจรจนสามารถจำหน่ายได้ เกิดความสามัคคี อยู่ดีกินดีกันถ้วนหน้า
ขณะที่พ่ออุ๊ยสม ชัยวุฒิ ซึ่งปัจจุบันมีรายได้จากการสานตะกร้ากล่าวว่า คนสูงอายุได้มีรายได้เล็กๆ น้อย ๆ อยู่กับบ้านท่ามกลางลูกหลานที่อยู่พร้อมหน้า ทำให้มีความสุขในชีวิตบั้นปลาย รู้สึกภาคภูมิใจกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน
เช่นเดียวกับเด็กชายปรเมธ เมฆสุวรรณ และเด็กชายวิวัฒน์ สิงห์แก้ว เด็กนักเรียนชั้นประถมก็มีรายได้จากการสานตะกร้าจากภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดจากปู่ย่าตายาย ทำสินค้าแอนติกในวันหยุด แทนที่จะวิ่งซน และรู้สึกภาคภูมิใจกับชุมชนของตน
งานหัตถกรรมฝีมือปราณีตของชุมชนบ้านดู่ เป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบแต่งบ้าน ทั้งรูปแบบ ลวดลาย สีสัน มีการพัฒนาอยู่เสมอ และราคาที่ไม่แพง ส่งผลให้สินค้าจากบ้านดู่เป็นที่นิยม ของนักท่องเที่ยว อันจะส่งผลให้บ้านดู่สามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างยั่งยืน
 
19 กันยายน 2553 , 16:49 น. , อ่าน 1161  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่