ถ่ายทอดสดหมอกควันสะท้านเมือง ทาง NBT เชียงใหม่

  
     ชาวอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่มีสถิติป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดสูงที่สุดในประเทศ สาเหตุจากเผาใบลำไยและใบยางนา ขณะที่คนเชียงใหม่เสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดกว่าคนทั่วไป 7 เท่า ล่าสุดจัดเวทีหมอกควันสะท้านเมือง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ ถ่ายทอดสดรายการโทรทัศน์ หมอกควันสะท้านเมือง และเสวนาหาทางแก้ไขปัญหาวิกฤติหมอกควัน มีการเสวนาความรู้เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยได้นำภาพยนตร์หมอกควันสะท้านเมืองที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดทำขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักในพิษภัยของมลพิษหมอกควันทั้งนี้มีสถิติว่าประชาชนชาวเชียงใหม่มีอัตราป่วยเป็นโรคมะเร็ง 34 ต่อแสนประชากร ขณะที่ค่ากลางของประเทศอยู่ที่ 5 คนต่อแสนประชากรซึ่งหมายถึงชาวเชียงใหม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่าคนทั่วไป 7 เท่า ซึ่งนอกจากสูบบุหรี่แล้ว หมอกควันก็มีผลต่อการเป็นมะเร็งของคนเช่นกัน และผลการศึกษาชี้ชัดว่าคนที่อยู่เชียงใหม่เกินสิบปีมีความเสี่ยงมากกว่าคนพื้นที่อื่น ขณะที่นายมงคล สุกใส นายอำเภอสารภี กล่าวว่าชาวอำเภอสารภี มีสถิติป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดสูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งผลมาจากการเผาใบลำไยกว่า 5 พันตันและใบยางนาอีก 500 ถึงพันตันต่อปี
อย่างไรก็ตามอำเภอสารภีมีทางออกแล้ว คือส่งเสริมนำใบลำไยมาทำปุ๋ยหมัก ขายปุ๋ยหมักได้เงินกว่า 5 ล้านบาท ส่งใบลำไยขายเอกชนประเทศญี่ปุ่นทำปุ๋ยหมัก และนำปุ๋ยหมักไปผลิตผักอินทรีย์ ประชาชนมีรายได้กว่า 17 ล้านบาทในขณะนี้
ด้านนายสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า หมอกควันนั้นมาจากสามส่วนคือ เผาในป่า เผาในที่โล่งและมลพิษจากในเมือง เช่นยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม การแก้ปัญหาต้องแก้ทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ไม่เพียงเฉพาะเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแอ่งกระทะ และจะต้องโยงใยถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ถือเป็นวาระจังหวัด บูรณาการทำงานเพิ่มความเข้มข้นระยะเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายน ใครจะจุดไฟต้องขออนุญาตผู้นำหมู่บ้านและนำกฎหมายมาบังคับใช้
 
12 มีนาคม 2554 , 20:58 น. , อ่าน 1197  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่