แม่โจ้โพลล์สำรวจพบปีนี้เกษตรกรร้อยละ 58 เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง มีเพียงร้อยละ 50 ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ

  
     แม่โจ้โพลล์สำรวจพบปีนี้เกษตรกรร้อยละ 58 เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง มีเพียงร้อยละ 50 ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยร้อยละ 64 เห็นว่ายังแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดและไม่ทั่วถึง
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร โดยแม่โจ้โพลล์ สำรวจความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั่วประเทศ จำนวน 502 คน พบว่าเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยแล้งส่วนใหญ่ใช้แหล่งน้ำที่ทำการเกษตรจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือน้ำฝนมากที่สุดร้อยละ 47 รองลงมาใช้แหล่งน้ำจากชลประทาน จากแหล่งน้ำบาดาลและสระหรือบ่อน้ำที่ขุดขึ้นเอง จากแหล่งน้ำจากฝายกั้นน้ำร้อยละ 17,16และ 10 ตามลำดับ โดยมีเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่ได้ใช้น้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ จากการสอบถามเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้งพบว่าเกษตรกร ร้อยละ 58เริ่มได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ขณะที่ร้อยละ 42 ยังไม่ได้รับผลกระทบ ถึงแม้จะอยู่ในเขตพื้นที่ประสบภัยแล้ง
เกษตรกรร้อยละ 52 คาดว่า ผลกระทบจากภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้จะน้อยกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์น้ำที่ใช้อยู่ในการเกษตรปีนี้ยังคงมีเพียงพอมากที่สุด รองลงมาคิดว่าปีนี้ยังคงมีฝนตกลงมาตามฤดูกาลและพื้นที่ทางการเกษตรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ตามลำดับ ขณะที่ร้อยละ 48 คาดว่า จะมีผลกระทบมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าเพราะหน้าแล้งปีนี้มาเร็วและแห้งแล้งกว่าปกติ ฝนตามธรรมชาติไม่ตกต้องตามฤดูกาล และสภาพอากาศในปีนี้ร้อนกว่าปกติ ตามลำดับ
ผู้ตอบร้อยละ 64 ไม่เชื่อมั่นว่านโยบายแก้ปัญหาภัยแล้งของรัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ โดยให้เหตุผลว่าเพราะไม่มั่นใจในคณะทำงานแก้ปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล และเห็นว่าการแก้ไขปัญหายังทำได้ไม่ตรงกับต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริงร้อยละ 31 เท่ากัน รองลงมาร้อยละ 28 บอกว่าการช่วยเหลือจากภาครัฐยังไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง และร้อยละ 10 บอกว่าเพราะเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้เนื่องจากเป็นไปตามฤดูกาลธรรมชาติ
ผู้ตอบร้อยละ 80 จะทำการการเกษตรอยู่ มีเพียงร้อยละ 20 ที่ตอบว่าจะไม่ทำการการเกษตร โดยให้เหตุผลว่า น้ำที่ใช้ในการทำการเกษตรในปีนี้มีน้อยเกินไปและไม่ใช่ฤดูกาลที่เหมาะสมในการทำการเกษตรจึงเลื่อนการเพาะปลูกออกไป ร้อยละ46 รองลงมา ให้เหตุผลว่าจะใช้ช่วงหน้าแล้งนี้เตรียมพื้นที่ในการเกษตรเพื่อรอรับหน้าฝนที่กำลังจะมาถึง ร้อยละ 17 และเห็นว่าเสี่ยงต่อการลงทุนทางการเกษตรเนื่องจากเกรงว่าจะได้ผลผลิตน้อย ร้อยละ 15 ซึ่งผู้ที่เตรียมตัวทำการเกษตรในหน้าแล้งปีนี้ครึ่งหนึ่งมีการเตรียมรับมือกับภาวะภัยแล้ง โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 65 บอกว่ามีการเตรียมกักเก็บน้ำไว้ใช้เกี่ยวกับการเกษตร เช่น การขุดบ่อน้ำและเจาะน้ำบาดาล รองลงมาร้อยละ 21 บอกว่าเลื่อนการผลิตทางการเกษตรที่ต้องใช้น้ำมากออกไปในฤดูกาลอื่น โดยปลูกพืชที่ต้องการใช้น้ำน้อยแทน ร้อยละ 8 บอกว่าจะลดการใช้น้ำในหน้าแล้งหรือใช้น้ำเท่าที่จำเป็นที่สุด
ผู้ตอบยังได้เสนอแนวทางป้องกันภัยแล้งอย่างยั่งยืน ว่าควรมีการสร้างแหล่งน้ำทางการเกษตรประจำหมู่บ้าน สร้างแหล่งน้ำเพื่อใช้ทำการเกษตร ช่วยกันอนุรักษ์และสร้างแหล่งต้นน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำให้มีความสามารถในการกักเก็บน้ำเพื่อให้เพียงพอที่จะใช้ในหน้าแล้ง และจัดหานักวิชาการเกษตรที่มีความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตรในหน้าแล้งเพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เพียงพอในหน้าแล้งตามลำดับ
 
27 มีนาคม 2554 , 15:31 น. , อ่าน 1167  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่