การเปิดเสรีทางการค้าส่งผลให้เกิดการรวมประเทศในกลุ่มอาเซียน ผนึกกำลังด้านเศรษฐกิจเพื่อส่งออกไปยังประเทศนอกกลุ่มโดยมีจีนเป็นหัวเรือใหญ่

  
     การเปิดเสรีทางการค้าส่งผลให้เกิดการรวมประเทศในกลุ่มอาเซียน ผนึกกำลังด้านเศรษฐกิจเพื่อส่งออกไปยังประเทศนอกกลุ่มโดยมีจีนเป็นหัวเรือใหญ่ ขณะที่ประเทศไทยต้องรักษายุทธศาสตร์ความเป็นเลิศเฉพาะทางของไทยไว้
ดร.นิลสุววรณ ลีลารัศมี ประธานคณะกรรมการประเด็นเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การค้าเสรีอาเซียนเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ต่อมาจนถึงปี 2553 เน้นในเรื่องการลดภาษี เป็นศูนย์ กับประเทศในกลุ่มสมาชิก โดยในปี 2554 ได้เปลี่ยนรูปแบบของการย้ายคนส่งสินค้าและย้ายทุนข้ามแดนในกลุ่มประเทศสมาชิก กล่าวคือ การรวมประชาคมอาเซียนให้เป็นประเทศอาเซียนซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสีย เดิมแต่ละประเทศส่งสินค้าไปขายในระหว่างกัน เมื่อรวมเป็นอาเซียนต้องมีการลงทุนเพิ่มและร่วมวางแผนส่งออกไปขายนอกประเทศกลุ่มอาเซียน ขณะที่ประเทศมหาอำนาจเช่นจีนได้เข้ามารวมกลุ่มอาเซียนเป็นประเทศที่ 11 ซึ่งก็มีทั้งผลดีและผลเสีย โดยผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือรู้เขารู้เรา ยอมรับอย่างมีชั้นเชิง โดยวางนโยบายให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ เปิดประเทศให้เข้ามาลงทุน สร้างอำนาจการต่อรองและถือหุ้นในธุรกิจสำคัญ ขณะเดียวกันต้องมียุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ เช่น อาชีพแพทย์ สปานวดแผนไทย ที่ไทยเป็นที่ 1 ต้องวางแผนให้เป็นที่ 1 ตลอดกาล
ประธานคณะกรรมการประเด็นเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวในตอนท้ายว่า สิ่งสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศคือ ความมั่นคงของรัฐบาล ไม่ควรมีการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ขณะที่นโยบายของไทยแม้จะยอมให้ประเทศมหาอำนาจเช่นจีน อินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐ เป็นอันดับหนึ่งทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ แต่ไทยควรวางมาตรการให้เป็นอันดับสอง รองจากประเทศมหาอำนาจเหล่านั้น
 
22 เมษายน 2554 , 19:06 น. , อ่าน 1191  

 ข่าวโดย   ธนวันต์-ชมพูนุท-ปิ่นปินัทธ์ สวท.เชียงใหม่