การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้นำเข้าจีนและผู้ส่งออกไทยที่เชียงใหม่ล่าสุดมีคำสั่งซื้อลำไยและมะม่วง 20 ล้านบาท

  
     การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้นำเข้าจีนและผู้ส่งออกไทยที่เชียงใหม่ล่าสุดมีคำสั่งซื้อลำไยและมะม่วง 20 ล้านบาท ขณะที่ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วงน้ำดอกไม้ ส้มและชมพู่ทับทิมจันทร์อนาคตสดใส
นางปานจิต พิศวง พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า จากการนำผู้ประกอบการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและสิงคโปร์มาเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการส่งออกภาคเหนือกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 นั้น เนื่องจากภาคเหนือตอนบนมีศักยภาพในสินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ จากการจัดส่งเสริมการขายในนครคุณหมิงที่ผ่านมา ตลาดลำไยในจีนยังสามารถเติบโตได้อีก ทั้งนี้จีนมีมูลค่าการค้าอันดับสองของไทยรองจากญี่ปุ่น มีผลไม้ที่อนุญาตให้นำเข้า 23 ชนิด สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ผลไม้ที่มีศักยภาพคือลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง ส้ม และชมพู่ทับทิมจันทร์ โดยไทยส่งออกลำไยสูงที่สุดคือคิดเป็นร้อยละ 90 ของการนำเข้าของจีน มีเวียดนามเป็นส่วนแบ่งการตลาดเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ขณะนี้ลำไยไทยส่งออกไปยังตอนใต้และด้านตะวันออกของจีน โดยเฉพาะเมืองกว่างโจวและอี้อู ยังไม่ได้ส่งออกไปมณฑลอื่น การจับคู่ธุรกิจดังกล่าวจะเป็นการเปิดตลาดใหม่โดยเฉพาะมณฑลยูนนานที่มีประชากรถึง 12 ล้านคน ซึ่งนอกจากลำไยแล้ว ยังมีมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีโอกาสทางการตลาดมาก ขณะนี้จีนนำเข้ามะม่วงจากพม่าและเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่น่าจะแบ่งสัดส่วนได้โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้จากอำเภอพร้าวที่มีรสหวาน เปลือกหนา รวมทั้งส้ม ลี้นจี่และชมพูทับทิมจันทร์ที่มีโอกาสอย่างมากสำหรับตลาดจีน
สำหรับการจับคู่เจรจาธุรกิจดังกล่าว เบื้องต้นมีการสั่งซื้อลำไย และมะม่วง 20 ล้านบาท และงานหัตถกรรมบ้านถวาย โดยปีหนึ่งๆ จีนนำเข้าผลไม้ไทย หมื่นล้านบาท จังหวัดเชียงใหม่มีสัดส่วนร้อยละ 20 หรือประมาณสองพันล้านต่อปี มีการตั้งเป้าขยายตลาดในมณฑลใหม่ ๆ ประมาณร้อยละ 5-10 คิดเป็นมูลค่าประมาณร้อยล้านบาทต่อปี
 
4 สิงหาคม 2554 , 14:44 น. , อ่าน 1076  

 ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่