ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 27 ธันวาคม 2555 / 17:36:24  
สาธารณสุขเชียงราย เตือนนักท่องเที่ยวกางเต้นท์นอนช่วงหน้าหนาว ระวังไรอ่อนกัดป่วยเป็นโรคสครัปไทฟัส สาธารณสุขเชียงราย เตือนนักท่องเที่ยวกางเต้นท์นอนช่วงหน้าหนาว ระวังไรอ่อนกัดป่วยเป็นโรคสครัปไทฟัส
สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เตือนนักท่องเที่ยว กางเต้นท์นอนช่วงหน้าหนาว ระวังป่วยเป็นโรคสครัปไทฟัสหรือไข้รากสาดใหญ่ เหตุจากตัวไรอ่อนกัด หลังกลับจากการเที่ยวหรือกางเต็นท์นอนหากป่วยมีไข้สูง ปวดศีรษะ ภายใน 2 สัปดาห์ควรรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเข้าไปในป่าให้แพทย์ทราบทันทีเพื่อการรักษา หากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้ แนะผู้ที่จะไปเที่ยวตั้งแคมป์ กางเต๊นท์นอน ระวังอย่าให้ไรอ่อนกัด ทำค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ใส่รองเท้า ถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ ใช้ยาทาตามแขนขากันแมลงกัด เผยปีนี้เชียงรายพบป่วยแล้วกว่า 700 ราย

นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงโรคสครัปไทฟัสหรือไข้รากสาดใหญ่ว่า ในช่วงหน้าหนาวทุกปี จะมีรายงานผู้ที่ไปท่องเที่ยวป่า และกางเต้นท์นอน ป่วยเป็นโรคสครัปไทฟัส เนื่องจากถูกตัวไรอ่อนกัด ตั้งแต่ 1 มกราคม -24 ธันวาคม 2555 จังหวัดเชียงรายพบผู้ป่วยแล้ว 717 ราย เฉพาะเดือนธันวาคมมีผู้ป่วย 84 ราย ตัวไรอ่อนที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคสครัปไทฟัส จะอาศัยอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู กระแต กระรอก ฯลฯ เมื่อกัดคนจะปล่อยเชื้อที่เรียกว่าริกเก็ตเซีย โดยทั่วไปมีระยะฟักตัว 10-12 วัน และไรอ่อนมักจะเข้าไปกัดบริเวณร่มผ้า เช่น อวัยวะสืบพันธุ์ ขาหนีบ เอว ลำตัวบริเวณใต้ราวนม รักแร้และคอ โรคนี้จะพบมากในช่วงฤดูฝน และต้นฤดูหนาว อาการที่สำคัญ จะปวดศีรษะอย่างรุนแรงบริเวณขมับและหน้าผาก ตัวร้อนจัด หนาวสั่น เพลีย ปวดเมื่อยตัว ปวดกระบอกตา ไอแห้งๆ ไต ตับ ม้ามโต ร้อยละ 30-40 จะพบแผลคล้ายบุหรี่จี้ ตรงบริเวณที่ถูกไรอ่อนกัดมีสีแดงคล้ำ เป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรค ผู้ป่วยร้อยละ 20-50 อาจมีอาการแทรกซ้อน ได้แก่ การอักเสบที่ปอด สมอง ในรายที่รุนแรงหัวใจจะเต้นเร็วมาก ความดันโลหิตต่ำ อาจช็อกและเสียชีวิตได้ บริเวณที่มีตัวไรชุกชุมได้แก่ บริเวณป่าโปร่ง ป่าละเมาะ บริเวณที่มีการปลูกป่าใหม่หรือตั้งรกรากใหม่ พื้นที่ทุ่งหญ้าชายป่า หรือบริเวณมีต้นไม้ใหญ่ที่แสงแดดส่องไม่ถึง ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันแต่มียารักษาให้หายได้
นายแพทย์ชำนาญหาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวอีกว่า จึงขอให้ผู้ที่จะไปกางเต๊นท์นอน เก็บกวาดค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ ควรใส่รองเท้า ถุงเท้า ที่หุ้มปลายขากางเกง และเหน็บชายเสื้อเข้าในกางเกง ใส่เสื้อแขนยาวปิดคอ ใช้ยาทากันแมลงกัด ตามแขนขา หลังออกจากป่าควรอาบน้ำให้สะอาด นำเสื้อผ้าที่สวมใส่ซักให้สะอาดทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้ หากกลับออกจากเที่ยวแล้วป่วยมีไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ ภายใน 2 สัปดาห์ควรรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเข้าไปในป่าให้แพทย์ทราบทันทีด้วย เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว เพราะหากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้

ข่าวโดย : นายกังวาล ปริมา
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงราย

Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3736 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738