ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 19 ธันวาคม 2556 / 09:58:37  
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จับมือเพื่อนบ้าน เพิ่มจุดเฝ้าระวังริมน้ำสาละวิน ป้องกันกองทัพมดลักลอบขนไม้ตามลำน้ำสาละวินในยามค่ำคืน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จับมือเพื่อนบ้าน เพิ่มจุดเฝ้าระวังริมน้ำสาละวิน ป้องกันกองทัพมดลักลอบขนไม้ตามลำน้ำสาละวินในยามค่ำคืน
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง จับมือ เพื่อนบ้าน เพิ่มจุดเฝ้าระวังริมน้ำสาละวิน ป้องกันกองทัพมดลักลอบขนไม้ตามลำน้ำสาละวินในยามค่ำคืน

ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวว่ามีนายทุนจากเพื่อนบ้านเข้ามาจ้างวานชาวบ้าน ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ลักลอบตัดไม้สักแล้วผูกมัดรวมเป็นแพ ปล่อยให้ไหลไปกับน้ำสาละวิน ในยามค่ำคืน แล้วไปขึ้นฝั่งยังประเทศเพื่อนบ้าน นั้น
เช้าวันนี้ 19 พ.ย. 56 เวลา 07.00 น. นายดุลยวิชญ์ รัตนภาค ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง นายยุทธนา ศรีเงินงาม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน นายจีรศักดิ์ ทิพยวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสาละวิน กำลังพลจากกรมทหารพรนที่ 36 ตชด.ที่337 แม่สะเรียง พร้อมเจ้าหน้าที่ รวม 50 นาย ร่วมกันออกลาดตระเวน ตรวจสภาพพื้นที่ป่าริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน และติดตามการการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่เฝ้าระวังอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินตลอดแนวชายแดน พร้อมร่วมหารือกับตัวแทนฝ่ายทหารและด้านป่าไม้ เพื่อนบ้าน ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำสาละวิน เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการป้องกันการลักลอบตัดไม้สัก มัดรวมล่องแพไปตามลำน้ำสาละวินในยามค่ำคืน โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกัน สกัดกลุ่มลักลอบตัดไม้อย่างเข้มงวดไม่ว่าจะเป็นการตัดไม้ฝั่งไหนก็ตาม ในเบื้องต้นทาง เพื่อนบ้าน จะตั้งจุดเฝ้าระวังตามริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน ตลอดแนวชายแดน 14 จุด ขณะที่ฝั่งไทย จะเข้มงวดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของ หน่วยพิทักษ์อุทยานและเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ที่มีอยู่แล้วตามแนวชายแดน 7 จุด เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
นายดุลยวิชญ์ รัตนภาค กล่าวว่า จากการติดตามสภาพป่าริมฝั่งน้ำสาละวิน ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติสาละวิน กว่า 40 กิโลเมตร และเขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน 70 กิโลเมตร ไม่พบร่องรอยการตัดไม้ในฝั่งไทยและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภาคสนามที่ดูแลรับผิดชอบบริเวณริมฝั่งน้ำสาละวินก็ยืนยันว่าไม่พบมีการตัดไม้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่นิ่งนอนใจได้จัดชุดเฝ้าระวังตามริมฝั่งแม่น้ำสาละวินตลอด 24 ชั่วโมง และใช้เรือออกลาดตระเวนตามลำน้ำสาละวินทุกวัน นอกจากนี้ยังได้จัดชุดมวลชนเข้าพบปะผู้นำชุมชนและประชาชนหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวินเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและให้ร่วมเป็นเครือข่ายในการแจ้งข่าวสารอีกช่องทางหนึ่ง
นายดุลยวิชญ์ รัตนภาค ยังกล่าวอีกว่าพื้นที่ ที่น่าเป็นห่วง คือช่วงตั้งแต่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ลงไปจนถึงบ้านสบเมบ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่น้ำสาละวินจะไหลเข้าสู่เขตประเทศพม่า พื้นที่ดังกล่าว อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีพื้นที่ติดกับลำน้ำสาละวินยาวประมาณ 30 กิโลเมตร บริเวณใกล้เคียงมีศูนย์พักพิงชั่วคราวอยู่สองแห่ง คือ บ้านแม่ลามาหลวง ตำบลสบเมย อำเภอสมเมย จำนวน 9,790 คน และบ้านแม่ละอูน ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จำนวน 11,124 คน รวม 32,115 คน เจ้าหน้าที่เคยจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้ได้ พบว่าส่วนหนึ่งลักลอบออกมาจากศูนย์อพยพ รับจ้างนายทุนตัดไม้ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวสามารถล่องแพเข้าเขตเพื่อนบ้านได้ในเวลา 1 คืน ทำให้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยไม่สามารถตรวจจับได้

ข่าวโดย : ทีมข่าว สวท.แม่สะเรียง
หน่วยงาน : สวท.แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน

Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3736 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738