ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 15 มกราคม 2557 / 12:53:57  
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เชิญชวนร่วมชมงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เชิญชวนร่วมชมงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เชิญชวนร่วมชมความงามของดอกไม้นานาพันธ์ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ และเชิงสะพานนวรัฐ พร้อมทั้งเชิญชวนร่วมสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว

นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาชน ได้กำหนดจัดงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ และเชิงสะพานนวรัฐ โดยปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้มีความแปลกใหม่ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 โดยกำหนดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ตระการตา ภายใต้แนวคิด “งามสะพรั่งบุปผา พันธุ์พฤกษาแห่งอาเซียน (ASEAN Nation Flower Blooms) โดยเฉพะในพิธีเปิดงานซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณเชิงสะพานนวรัฐ โดยจะมีขบวนรถไม้ดอกไม้ประดับร่วมในขบวนแห่และ ร่วมประกวดกว่า 20 ขบวน ทั้งนี้จังหวัดได้จัดพิธีกรบรรยายให้ข้อมูลและรายละเอียดของรูปแบบและการตกแต่งขบวนแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ รวมถึง 7 ภาษา ประกอบด้วย ภาษาไทย พื้นเมือง อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน และ เกาหลี ด้วย เนื่องจากในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวเชียงใหม่ ชาวไทยจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมชมกิจกรรมและร่วมชมความงามของขบวนรถบุปผชาติที่มีการจัดรูปขบวนและแห่ขบวนอวดสายตานักท่องเที่ยวไปตามถนนท่าแพ และไปสิ้นสุดที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด โดยขบวนรถทั้งหมดจะยังคงแสดงให้ชมตลอดงานด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมโดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เดินทางมาร่วมชมงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าว จังหวัดเชียงใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ โบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรมประเพณี ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ล้านนา รวมถึงการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่หลายหน่วยงานจัดขึ้น ที่อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัส ประกอบด้วย
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์มังราย ซึ่งหากนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ขึ้นไปสักการะจะถือว่ายังเดินทางมาไม่ถึงเชียงใหม่
พระตำหนักภูพงคราชนิเวศน์ ที่มีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม รวมทั้งชมความงามของ สวนกุหลาบ สวนเฟิร์น และสวนดอกไม้เมืองหนาวที่หาดูได้ยาก
อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่มียอดดอยสูงถึง 1,658 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีสภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บนยอดดอยปกคลุมด้วยป่าสนเขาผืนใหญ่ และเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ซึ่งในบริเวณ ดอยสุเทพและดอยปุยเป็นถิ่นอาศัยของนกมากกว่า 300 ชนิด อาทิ ไก่ฟ้าหลังขาว นกกางเขนน้ำหลังดำ นกศิวะปีก สีฟ้า ฯลฯ และในช่วงฤดูหนาวยังมีนบินอพยพย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอีกเป็นจำนวนมาก โดยหลายชนิดเป็นนกหายาก โดยเฉพาะ นกเขน นกจับแมลงสีคราม นกเดินดงอกลาย และ นกปีกแพรสีม่วง ฯลฯ
สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเส้นทางเดียวกับทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และ หมู่บ้านม้งดอยปุย ซึ่งขณะนี้ดอกซากุระเมืองไทย หรือนางพญาเสือโคร่ง กำลังเบ่งบานต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปชมความงามของดอกไม้ที่ออกดอกสีชมพูเต็มพื้นที่
ดอยอินทนนท์ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เป็นสถานที่ที่มีความงดงามของธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าใหญ่ดึกดำบรรพ์ สัมผัสสภาพอากาศที่หนาวเย็นและชุ่มฉ่ำตลอดทั้งปี ทำให้มีมอส เฟิร์นและพืชอิงอาศัย (epiphyte) ชนิดอื่น ๆ ขึ้นปกคลุมตามลำต้นอย่างหนาแน่น ซึ่งสร้างความประทับใจกับสีสันของใบไม้ป่าผลัดใบ ที่ผลัดใบในช่วงนี้
ดอยม่อนแจ่ม สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจากมีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีจุดชมวิวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทิวภูเขาสลับกันได้ในระยะไกลสุดลูกหูลูกตา สามารถชมความงดงามของแปลงปลูกพืชและไม้เมืองหนาวในพื้นที่โครงการหลวง มีจุดชมทะเลหมอกบนหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่า
อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของอุทยานดอกไม้นานาพันธ์บนเนื้อที่กว่า ไร่แล้ว ขณะนี้ทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง ยังได้จัดงาน "เทศกาลชมสวน" (Flora Festival 2013) ภายใต้ชื่องาน "สีสันแห่งพรรณไม้" ขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งภายในงานมีการจัดแสดงไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณที่ให้สีสันสวยงามที่จะเบ่งบานให้ นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามตลอด 90 วัน พบกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ ทีเป็นไฮไลท์สำคัญภายในงาน ได้แก่ ความงามของ "หอคำหลวง" ที่ปรับปรุงใหม่ทั้งตัวอาคาร และสวนโดยรอบ พร้อมชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช, นิทรรศการทิวลิปคิงภูมิพล พร้อมองค์ความรู้และความเป็นมาของสายพันธุ์, อุทยานกล้วยไม้ และเรือนไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ, ซุ้มผักมหัศจรรย์ ทั้งผักใหญ่และจิ๋วที่สัมผัสได้, เมนูเด็ดเจ็ดยอดดอยจากร้านอาหารโครงการหลวงที่นำเสนอรายการอาหารชั้นเลิศทั้งอาหารไทย และนานาชาติ โดยวัตถุดิบจากผลผลิตโครงการหลวงล้วนๆที่สด สะอาด ปราศจากสารพิษ เป็นอาหารที่ไม่เคยลิ้มลอง และมีผลดีต่อสุขภาพ และสวนเกษตรทฤษฎีใหม่
เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ซึ่งขณะนี้ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน ทั้งในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืน และอาจนับได้ว่าเป็นสวนสัตว์กลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของไนท์ซาฟารีสิงคโปร์ นอกจากนี้ยังเน้นในความเป็น Nature Theme Park ซึ่งจะแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วๆไป รวมทั้ง Safari ในแอฟริกา โดยเน้นในด้านธรรมชาติวิทยา ชีวิตสัตว์ป่าที่อยู่ในเอเชีย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าได้อย่างใกล้ชิด
สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีสัตว์มากมายหลายชนิด มีบริเวณกว้างขวาง บรรยากาศร่มรื่น และมีสัตว์อยู่มากกว่า 2,000 ชนิด ทั้งที่มีอยู่ในเมืองไทยและนำมาจากต่างประเทศ ภายในสวนสัตว์ยังมี "เชียงใหม่ ซู อควาเรียม" (Chiangmai Zoo Aquarium) สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำครบวงจร ด้วยอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลก จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม กว่า 250 สายพันธุ์ จำนวน กว่า 20,000 ตัว มีสวนนกเพนกวิน และสวนนกฟิ้นซ์ ซึ่งเป็นนกขนาดเล็กที่มีสีสันสวยงาม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "อัญมณีบินได้" มีหมีโคอาล่า จากประเทศออสเตรเลีย และ ยังมีสัตว์อื่นๆ อีกมากมายหลายชนิด นอกจากนั้นยังได้ชมความน่ารักของหมีหมีแพนด้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังมีอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อที่รอให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาลิ้มรสความอร่อย ได้แก่ ข้าวซอย แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว ส่วนผลไม้ในช่วงนี้ก็จะมีสตอเบอรี่สด ๆ จากไร่ ซึ่งนักท่องเที่ยวยังสามารถซื้อหาเป็นของฝากของที่ระลึกได้ด้วย ดังนั้นจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งร่วมชมงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับครั้งที่ 38 ประจำปี 2557 ด้วย

ข่าวโดย : ราตรี จักร์แก้ว
หน่วยงาน : ส.ปชส.เชียงใหม่

Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3736 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738