ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 13 พฤษภาคม 2561 / 22:31:21  
กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงกรณี บริษัทเอกชนหลอกลวงเกษตรกรกู้ยืมเงินโครงการเกษตรพันธสัญญา
กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงกรณี บริษัทเอกชนหลอกลวงเกษตรกรกู้ยืมเงินโครงการเกษตรพันธสัญญา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจงกรณี บริษัทเอกชนอ้างได้รับเงินจากยูเอ็นให้เกษตรกรกู้ยืม เข้าข่ายฉ้อโกงหลอกลวงเกษตรกรในโครงการเกษตรพันธสัญญา อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเอกสารเพื่อดำเนินการต่อไป

นายพีรพันธ์ คอทอง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มีกระแสข่าวเครือข่ายบริษัทแห่งหนึ่งอ้างว่ามีเงินทุนจากยูเอ็นและธนาคารโลกให้เกษตรกรที่สมัครเป็นสมาชิกโครงการเกษตรพันธสัญญากับบริษัทกว่า 60,000 คน กู้ยืม แต่ยังไม่มีใครได้เงิน รวมทั้งอาศัยช่วงเวลาข้าวราคาตกชักชวนผู้ค้าข้าวและชาวนากว่า 300 ราย ว่าจะรับซื้อข้าวในราคาสูง สร้างความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท อันมีลักษณะเข้าข่ายการกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ทางสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา (สลพ.) ได้ตรวจสอบและประสานกับสำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน (สกร.) แล้ว สรุปข้อเท็จจริงได้ว่า 1. สกร. เคยรับเรื่องร้องเรียนจากประธานกรรมการบริหารบริษัท ไชนี่ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด และที่ปรึกษาสหกรณ์การเกษตร วัน วัน วัน จำกัด ขอให้แจ้งเตือนและตรวจสอบกรณีบริษัท พันปี กรุ๊ปฯ ผิดข้อตกลงสัญญาซื้อขายข้าว และมีพฤติกรรมหลอกลวงฉ้อโกงสมาชิกสหกรณ์การเกษตรฯ และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สป.กษ.) ได้ส่งเรื่องให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรให้ระมัดระวัง รวมทั้ง แจ้งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์เพื่อทราบเป็นข้อมูลในการประสานงานติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว 2. บริษัท พันปี กรุ๊ป (ไทย ลาว กัมพูชา จำกัด) ได้แจ้งการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญาต่อ สป.กษ. โดยมีผลเป็นการแจ้งการประกอบธุรกิจตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2561 อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวได้ทำสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา เนื่องจากยังไม่ปรากฏว่ามีการจัดส่งสำเนาเอกสารสำหรับการชี้ชวนให้ สป.กษ. ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร (บริษัทฯ) ต้องจัดส่งภายใน 30 วันหลังจากที่มีการทำสัญญาครั้งแรก ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดส่งและเก็บรักษาเอกสารสำหรับการชี้ชวนเกษตรกรในระบบเกษตรพันธสัญญา ทั้งนี้ ข้อกฎหมายระบุว่า ในกรณีที่ บริษัทฯ มีเจตนาทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้เกษตรกรเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ ทำเอกสารสิทธิ์ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และเมื่อการกระทำดังกล่าวได้ทำต่อประชาชน จึงมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน นอกจากนี้ การกระทำของบริษัท พันปี กรุ๊ป ตามที่ปรากฏตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นการกระทำที่มีลักษณะโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
อย่างไรก็ตาม แนวทางการดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหานั้น ได้มีหนังสือแจ้งไปยังบริษัทฯ ให้จัดส่งสำเนาเอกสารสำหรับการชี้ชวนและร่างสัญญาของบริษัทฯ ที่ใช้ในการทำสัญญาส่งเสริมกับเกษตรกร เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญา รวมทั้งแจ้งให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด ตรวจสอบข้อมูลจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับบริษัทฯ ในพื้นที่ ว่ามีการทำสัญญาหรือไม่อย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง เนื่องจากบริษัทฯ ได้ส่งข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการให้ สลพ. ไว้แล้ว และหากบริษัทฯ มีการเข้าทำสัญญา แม้ไม่มีการจัดทำเอกสารสำหรับการชี้ชวนก็จะมีโทษปรับ ไม่เกิน 300,000 บาท ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวอ้างของบริษัทฯ เกี่ยวกับการสนับสนุนเงินทุนจากยูเอ็นว่าเป็นความจริงหรือเป็นความเท็จประการใด พร้อมทั้งกำกับ ดูแล ติดตามการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และการทำสัญญาระหว่าง บริษัทฯ กับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ จะทำการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทฯ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทฯ มีความผิดตามกฎหมายต่อไป


ข่าวโดย : ชาลิสา ชมภูราษฎร์
บรรณาธิการ : รพีพันธ์ อุดขันจริง
หน่วยงาน : สวท.ลำพูน
อ่าน : 182

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738