ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 16 กันยายน 2561 / 13:30:43  
ศาลยกฟ้องคดีคุ้มครองฟอสซิลหอย 13 ล้านปี เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง
ศาลยกฟ้องคดีคุ้มครองฟอสซิลหอย 13 ล้านปี เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง
ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้องคดีคุ้มครองแหล่งฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง ทนายระบุเหตุผลศาลไม่เห็นพ้องคำตัดสินของศาลชั้นต้น เนื่องจากเห็นว่ามีมติคุ้มครองพื้นที่ 18 ไร่แล้ว และหากภายหลังมีการพังทลายก็สามารถฟ้องร้องใหม่ได้

นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน 18 คน นายเฉลียว ทิสาระ และนางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง เข้ารับฟังการอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีฟ้องคุ้มครองแหล่งฟอสซิลหอยขม 13 ล้านปี เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา ไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยให้ยกฟ้องคำตัดสินของศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2550 ที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติของ ครม.เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2547 และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เพิกถอนประทานบัตร เลขที่ 24349/15341 ในส่วนที่เป็นพื้นที่แหล่งซากฟอสซิลหอยขมดึกดำบรรพ์ จำนวนเนื้อที่ 43 ไร่ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และที่ 3 ควบคุมและสั่งการให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตรเลขที่ 24349/15341 รวมทั้งสั่งการให้กรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนแหล่งซากฟอสซิลหอยขมดึกดำบรรพ์ เป็นเขตโบราณสถาน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน

นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ระบุว่า กรณีให้เพิกถอนมติ ครม. และประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในการกันเขตพื้นที่จาก 43 ไร่เหลือ 18 ไร่ ศาลเห็นว่าเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบแล้ว รวมถึงศาลเห็นว่าตัวแหล่งซากไม่ได้อยู่ในนิยามโบราณสถานตามกฎหมายต่อไป เพราะปัจจุบันต้องอยูใน พ.ร.บ.ซากดึกดำบรรพ์ ภายหลัง

นอกจากนี้ ในประเด็น EIA ทำนองเดียวกัน ศาลเห็นว่าทางสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ได้สั่งการ หรือดำเนินการให้ทาง กฟผ.มีการดำเนินการแก้ไขให้มีความชัดเจน รวมถึงกรณีที่ห่วงว่าจะมีการพังทลายของแหล่งซากฟอสซิล ศาลเห็นว่ายังมีความไม่แน่นอน และหากมีปัญหาพังทลาย ก็ให้มีการฟ้องร้องกันใหม่

ขณะที่นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ กล่าวว่า รู้สึกหดหู่ใจและเสียดาย ที่ชาวบ้านแม่เมาะไม่สามารถปกป้องทรัพยากรสมบัติของชาติไว้ได้ หลังจากได้ฟังคำพิพากษาคดีนี้ ตนเองไม่ได้หมดกำลังใจ เพราะเห็นว่าฟอสซิลดังกล่าวเป็นสมบัติของประเทศและของโลก ไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของผู้ฟ้องทั้ง 18 คน โดยต้องการให้แอ่งแม่เมาะเป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน รวมทั้งเกิดประโยชน์ในการศึกษาเชิงวิชาการต่อไป


ข่าวโดย : กาญจนา ฟูปิง
บรรณาธิการ : ศศิธร สุดเจริญ
หน่วยงาน : สวท.ลำปาง
อ่าน : 94

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738