ข่าวภาคเหนือตอนบน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
echo Out 10 กันยายน 2562 / 13:44:26  
การแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาอุทกภัย
การแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาอุทกภัย
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน รายงานว่า สืบเนื่องจาก วันที่ 4 กันยายน 2562 นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางไปยังจังหวัดพิษณุโลก เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์ และแนวทางการแก้ปัญหาที่ศาลากลาง จังหวัด พิษณุโลก รวมทั้งเดินทางไปตรวจสถานการณ์และเยี่ยมประชาชน ที่อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก

สทนช. รายงานสถานการณ์พายุดีเปรสชัน “คาจิกิ” ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกฉียงเหนือและภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามและประเทศจีนตอนใต้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
สำหรับ มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การกระทรวงอุตสาหกรรม ออก 7 มาตรการ เยียวยาผู้ประกอบการประสบอุทกภัยทุกกลุ่ม ทุกมิติ เน้นทำทันที ซ่อม- สร้าง –ฟื้นฟู ผู้ประกอบการทุกพื้นที่หลังน้ำลด พร้อมส่งทีมเฉพาะกิจเข้าซ่อมแซมเครื่องจักรโรงงาน กิจการเอสเอ็มอี ฟื้นฟูสถานประกอบการให้กลับมาดำเนินกิจการโดยเร็วที่สุด พร้อมช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดดอกเบี้ย ปล่อยกู้วิสาหกิจประสบภัย ยกเว้นค่าธรรมเนียมเครื่องจักร
ธ.ก.ส.จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน บรรเทาความเดือดร้อน จำเป็นในครัวเรือนและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ระยะ 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินรายละ 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -2 หรือเท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 15 ปี ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย หรือลงทุนซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตรหรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ดังนั้นหากเกษตรกรผู้ประสบความเดือดร้อนสามารถติดต่อ ธ.ก.ส.ในพื้นที่เพื่อขอรับการช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ได้ทันทีหรือที่ Call Center 02-5550555
กระทรวงเกษตรฯ ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ โดยจ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัยพิบัติแล้วเท่านั้น ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตรา กรณีพื้นที่ดำเนินการเพาะปลูกมีพืชตายหรือเสียหายสิ้นเชิง ตามจำนวนพื้นที่จริงที่ได้รับความเสียหาย รายละไม่เกิน 30 ไร่ ซึ่งกำหนดให้นาข้าวได้รับอัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ได้รับอัตราไร่ละ 1,148 บาท และพืชสวนและอื่นๆ ได้รับอัตราไร่ละ 1,690 บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2556 และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันเกิดภัย จนถึงการอนุมัติงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือและเบิกจ่ายเงินทดลองราชการแก่เกษตรกร
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิตแนะ 6 วิธี 3 ห้าม รับมือภัยน้ำท่วม "พายุคาจิกิ" คือ 1.เตรียมแผนเผชิญน้ำท่วม ซักซ้อมหน้าที่ของสมาชิกครอบครัว หาทางหนีทีไล่ให้เรียบร้อย เน้นความปลอดภัยชีวิตเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ เรื่องทรัพย์สินเป็นเรื่องรองลงมา 2.สำรองอาหาร น้ำดื่มสะอาด อย่างน้อย 3 วัน 3.เตรียมยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น เช่น ยาแก้ปวดลดไข้ ยาใส่แผล ผงเกลือแร่ไว้ในที่ปลอดภัย 4.ผู้ที่มีโรคประจำตัวขอให้จัดเตรียมยาที่กินประจำไว้ใกล้ตัว เก็บไว้ในที่ปลอดภัยป้องกันสูญหาย 5.จัดเตรียมระบบไฟสำรองส่องสว่างภายในบ้าน เช่น ไฟฉาย เทียนไข ไม้ขีดไฟ เป็นต้น และ 6.จดเบอร์โทรศัพท์เพื่อขอความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินเร่งด่วน เช่น ญาติสนิท เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ การแพทย์ฉุกเฉิน 1669 สายด่วนสุขภาพจิต 1323 และสายด่วน 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ 3 ห้าม คือ คือ 1.ห้ามเดินตามเส้นทางที่น้ำไหลแม้ระดับน้ำจะไม่สูง เนื่องจากความเชี่ยวของกระแสน้ำอาจทำให้เสียหลักและล้มได้ 2.ห้ามขับรถในพื้นที่ที่น้ำกำลังท่วมเพื่อลดความเสี่ยงในการจมน้ำ และ 3.ห้ามเข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟ ซึ่งในส่วนของชุมชน ให้เตรียมพร้อมล่วงหน้า 3 ประการ คือ 1. จัดเตรียมแผนการช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน โดยเฉพาะความปลอดภัยกลุ่มที่เปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ช่วยกันเฝ้าระวังทรัพย์สินในชุมชน 2. จัดเวรยามเฝ้าระวังระดับน้ำและแจ้งเตือนชุมชนให้ทราบอย่างต่อเนื่อง 3.จัดเตรียมศูนย์กลางให้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกและประสานกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือดูแลกันในเบื้องต้นได้รวดเร็วและทั่วถึงที่สุด
ทางด้านกรมควบคุมโรค แนะวิธีป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วมหรือน้ำป่าไหลหลาก สามารถปฏิบัติได้โดย 1.อย่าทิ้งขยะทุกชนิด หรือขับถ่ายของเสียลงน้ำท่วมขัง ให้ทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลลงในถุงพลาสติกและมัดปากถุงให้แน่นแล้วเก็บไว้ในที่แห้ง 2.อย่าปล่อยให้เด็กเล็กลงเล่นน้ำโดยลำพัง เพราะเด็กอาจจมน้ำและช่วยเหลือไม่ทัน หรือถูกสัตว์มีพิษที่หนีน้ำมากัด ต่อยได้ 3.หากน้ำท่วมขังกระเด็นเข้าตาหรือมีฝุ่นละอองเข้าไปในตา ให้ใช้น้ำสะอาดล้างหน้าและดวงตาให้สะอาด 4.รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ร้อน สะอาด เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง และ 5.หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน ควรใส่รองเท้าบู๊ททุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคที่มักเกิดตามมากับน้ำท่วม รีบทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้งทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

ข่าวโดย : รุจิรา เสนานุช 053-511555
บรรณาธิการ : ชีวิน ศรัทธา ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน
หน่วยงาน : ส.ปชส.ลำพูน
อ่าน : 183

LINE it!
Editor Login
Name :
Pass :
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738