สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3
supap หน้าแรก
Share via e-mail

ประวัติโดยย่อ สวท.แม่สะเรียง 
 
ที่ตั้ง สวท.แม่สะเรียง    

 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน อาคารสำนักงาน และห้องส่งกระจายเสียง ตั้งอยู่ เลขที่ 200 หมู่ 4 บ้านทุ่งพร้าว ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื้อที่ 4 ไร่ ส่งกระจายเสียงในระบบ เอฟ.เอ็ม. สเตอริโอมัลติเพล็กซ์ ความถี่ 90.5 เม็กกะ-เฮริตซ์ กำลังส่ง 1กิโลวัตต์ เริ่มก่อสร้างอาคารที่ทำการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2534 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2535 ใช้เวลาก่อสร้าง325วันค่าก่อสร้างอาคารและอุปกรณ์เครื่องส่งทั้งหมด เป็นเงิน11,134,178บาท(สิบเอ็ดล้านหนึ่งแสนสามหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดบาทถ้วน)           อาคารเครื่องส่งกระจายเสียงตั้งอยู่บนดอยช้าง บ้านโป่งดอยช้าง หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา สูงจากระดับน้ำทะเล 440 เมตร เสาอากาศสูง 60 เมตร อยู่ห่างจากอาคารที่ทำการประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นที่ป่าสงวนได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวในการก่อสร้าง ทำให้ส่งกระจายเสียงครอบคลุมพื้นที่ได้สูงกว่าตั้งอยู่พื้นที่ราบ
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ เปิดดำเนินการออกอากาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2535 เป็นสื่อวิทยุกระจายเสียงสื่อเดียวในอำเภอแม่สะเรียง


วิสัยทัศน์ (Vision)     

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยแม่สะเรียง จะเป็นผู้นำในการใช้สื่อวิทยุกระจายเสียง ด้วยเทคโนโลยี นำข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ความบันเทิง ที่ถูกต้องทันต่อเหตุการณ์และสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น เพื่อพัฒนาจริยธรรม เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน


 พันธกิจ (Mission)   

1. เป็นศูนย์กลางนำข้อมูลข่าวสาร ความรู้ที่มีคุณภาพ นโยบายของรัฐและของรัฐบาลสู่ประชาชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมโดยรวม    

2. สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรท้องถิ่น และประชาชน    

3. ให้คำปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานราชการ องค์กรท้องถิ่น และประชาชน

4. วางแผนและผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง ที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของประชาชน   

5. นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงาน   

6. บริหารทรัพยากรและพัฒนาบุคคล ให้มีประสิทธิภาพ   

7. สำรวจวิจัยประสิทธิผลการผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

                                                              

ภารกิจ (Mission)   \

1. เป็นศูนย์กลาง นำข้อมูลข่าวสาร ความรู้ที่มีคุณภาพน่าเชื่อถือ และอ้างอิงได้ สู่ประชาชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น   

2. ให้ความรู้ สนับสนุน และเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารมวลชน แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรท้องถิ่นในพื้นที่รับผิดชอบ  

3. ส่งเสริมและพัฒนาการประชาสัมพันธ์ให้ก้าวทันสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของโลก  

 4. กำกับ ดูแล การดำเนินงานของทุกฝ่ายให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ


ประวัติโดยย่อกรมประชาสัมพันธ์    

กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานประชาสัมพันธ์ ของรัฐบาล สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ในการ เสริมสร้าง ความเข้าใจอันดี ระหว่าง รัฐบาล และหน่วยงาน ของรัฐบาล กับประชาชน ตลอดจน ระหว่าง ประชาชน ด้วยกัน โดยวิธีการ ให้ข่าวสาร ความรู้ ข้อเท็จจริง และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน เพื่อเสนอรัฐบาล และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ โน้มน้าว ชักจูง ประชาชน เพื่อก่อให้เกิด ความร่วมมือ แก่รัฐบาล และ หน่วยราชการ ต่าง ๆ ตาม แนวทาง ที่ถูกที่ควร ในระบอบ ประชาธิปไตย โดยมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข นอกจาก สำนักงานใหญ่ ในกรุงเทพ มหานคร แล้ว กรมประชาสัมพันธ์ ยังมี สำนัก ประชาสัมพันธ์ เขต อีก 8 สำนัก ได้แก่ สปข.1 ขอนแก่น สปข.2 อุบลราชธานี สปข.3 ลำปาง สปข.4 พิษณุโลก สปข.5 สุราษฎร์ธานี สปข.6 สงขลา สปข.7 ระยอง และ สปข.8 กาญจนบุรี เพื่อเผยแพร่ และ ประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร ให้เข้าถึง ประชาชน ในส่วน ภูมิภาค ขณะ เดียวกัน กรมประชาสัมพันธ์ ยังมี สำนักงาน ประชาสัมพันธ์ ครบทุก จังหวัด          

กรมประชาสัมพันธ์เริ่มก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 ภายหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมาย สูงสุด ของประเทศ โดยมีชื่อ ในระยะเริ่มแรก ว่า "กองโฆษณาการ" และได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานโฆษณาการ" เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2476 และได้มีการพัฒนา ผลงาน มาเป็นลำดับ โดยมี การปรับปรุง และขยาย ความรับผิดชอบ เพิ่มขึ้นทุก ๆ ระยะ ตามความ เจริญ ก้าวหน้า ทางวิชาการ สภาพของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ตลอดจน นโยบายของรัฐบาล ในแต่ละสมัย และเปลี่ยนชื่อมาเป็น "กรมโฆษณาการ" เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2483 หลังจากนั้น 12 ปี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมประชาสัมพันธ์" เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495     

3 พฤษภาคม 2476 ตั้งเป็น "กองการโฆษณา" โดยพระราชบัญญัติ จัดตั้งกระทรวงและกรม มีฐานะเป็น กรมอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี      

9 ธันวาคม 2476 เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานโฆษณาการ" มีฐานะเป็นกรม หัวหน้าสำนักงาน เทียบเท่าอธิบดี แบ่งส่วนราชการเป็น 3 กอง คือ สำนักงาน เลขานุการกรม กองเผยแพร่ความรู้ และกองหนังสือพิมพ์ โดย ทำหน้าที่ หลัก 3 ประการ คือให้ข่าว และความรู้ แก่ประชาชน เพื่อป้องกัน ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับรัฐบาล และประเทศ โดยส่วนรวม        

31 มีนาคม 2481 โอนกิจการด้านช่าง และทะเบียนวิทยุ จาก กรมไปรษณีย์ โทรเลข มาขึ้นกับ สำนักงาน โฆษณาการ และมีการตั้ง โฆษณาการเขต ขึ้นเป็นเขตแรก ที่จังหวัด หนองคาย และ ที่จังหวัด พระตะบอง เป็นเขตที่สอง         

5 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมโฆษณาการ" และมีการตั้ง กองการ ต่างประเทศ เพิ่มขึ้น เพื่อติดต่อ และ โฆษณาการ เผยแพร่ ข่าวสาร ต่อชาว ต่างประเทศ       

4 สิงหาคม 2490 โอนสำนักงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว จากกระทรวงคมนาคม มาขึ้นกับ กรมโฆษณาการ    

8 มีนาคม 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมประชาสัมพันธ์" เพื่อให้เหมาะสมกับ ภาระหน้าที่ ในฐานะ แหล่ง การเผยแพร่ นโยบาย และ ผลงาน ของรัฐบาล รวมทั้ง เผยแพร่ ข่าวสาร การเมือง ศีลธรรม วัฒนธรรม ความรู้ และ ความบันเทิง ตลอดจน เป็นสื่อกลาง สร้างความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง รัฐบาล กับ ประชาชนด้วย                                               

พ.ศ. 2497 ตั้ง "สำนักงานแถลงข่าวไทยในต่างประเทศ" ขึ้นที่ลอนดอน และวอชิงตัน และได้จัดตั้ง กองประชา สัมพันธ์ ภาคพื้นที่ จังหวัด สุราษฎร์ธานี เป็นแห่งแรก ทำหน้าที่ เป็นหน่วยงาน สาขา ของ กรมประชาสัมพันธ์ ในภาคใต้ โดยเฉพาะ      

1 มกราคม 2503 โอนสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ไปรวมกับ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ และเพิ่มหน่วยงาน ระดับกอง คือ กองสำรวจประชามติ เพื่อสำรวจ และรับฟัง ความคิดเห็น ของประชาชน     

พ.ศ.2503 ได้มีการติดตั้ง "กองประชาสัมพันธ์เขต" ขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ลำปาง และสงขลา เพื่อเป็นหน่วยงานสาขาของกรมประชาสัมพันธ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่าง        

20 ตุลาคม 2504 ตั้ง "โรงเรียนการประชาสัมพันธ์" ขึ้นในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่วิชาความรู้และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาการ ประชาสัมพันธ์ และการติดต่อสื่อสาร     

 พ.ศ.2513 ตั้ง "สำนักงานแถลงข่าวไทยขึ้นที่พนมเปญประเทศเขมร" ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว      

21 สิงหาคม 2518 มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการบริหารส่วนกลาง และราชการส่วนภูมิภาค ของกรมประชาสัมพันธ์ใหม่ โดยมีหน่วย ระดับกอง 15 หน่วยงาน           

มิถุนายน 2521 ตั้ง "สำนักงานแถลงข่าวไทยที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย"       

1 มกราคม 2522 ตั้ง "สำนักงานแถลงข่าวไทยที่เจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย       

17 กันยายน 2526 ตั้ง "ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 4 สุราษฎร์ธานี" เพิ่มขึ้น 1 แห่ง      

7 สิงหาคม 2529 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ ออกเป็นราชการบริหารส่วนกลาง (20 หน่วยงาน) และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด) โดยเพิ่มหน่วยงานใหม่คือ กองงานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ, ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 5-8, และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11     

 วันที่ 26 มีนาคม 2540 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง 22 หน่วยงาน และราชการบริหารส่วนภูมิภาค (สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด 75 จังหวัด)        


สถานที่ตั้ง

กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีสัมพันธ์ ถนนพระราม 6 กรุงเทพฯ 10400

โทร : 618-2323

โทรสาร : 618-2364, 618-2399

Website : http://www.prd.go.th

E-mail : webmaster@prd.go.th  

1. ตรา            

  ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปรากฎในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 7 เล่มที่ 64 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2490 กำหนด เครื่องหมาย ราชการ "กรมโฆษณาการ" ให้เป็นรูป พระอินทร์ เป่าสังข์ เหาะลอย อยู่เหนือเมฆ มีวงกลม ล้อมรอบ       ตามวรรณคดีกล่าวไว้ว่า พระอินทร์เป่าสังข์ ปลุก พระนารายณ์ ให้ตื่น จากบรรทมสินธุ์ ในสะดือทะเล เพื่อขึ้นมา ปราบเหตุร้าย ต่าง ๆ ในโลก อย่างไร ก็ดี โดยที่สังข์ ตามลัทธิ พราหมณ์ ถือว่า เป็นมงคล 3 คือ สังข์ ถือกำเนิด จาก พระพรหม ท้องสังข์ เคยเป็น ที่ซ่อน คัมภีร์พระเวท และตัวสังข์ มีรอยนิ้ว พระหัตถ์ ของ พระนารายณ์ ในพิธีทาง ศาสนา พราหมณ์ จึงมี การเป่าสังข์ เพื่อความ เป็นสิริมงคล ด้วย นอกจากนี้ พระในลัทธิชินโต ก็ใช้ สังข์เป่า ในพิธีมงคล พวกชาวเกาะ ทะเลใต้ เป่าสังข์ บอกสัญญาณระหว่างกัน ปรากฏว่าได้ยินไปไกลไม่แพ้เป่าเขา ควาย เนื่องจากงานประชาสัมพันธ์เป็นการโฆษณาเผยแพร่ และ อธิบาย ชี้แจง ให้ประชาชน เข้าใจ อย่างกว้างขวาง เป็นการสร้าง ความเข้าใจ อันดี โดยมีวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และภาพยนตร์ เป็นเครื่องช่วย จึงเปรียบได้กับ การเป่าสังข์ ของเทวดา ในสมัยโบราณ เพื่อบอก สัญญาณ และเรียกประชุม นั่นเอง


2. สี  

สี ใช้สีม่วง ซึ่งถือกันว่าเป็นสีของงานสื่อสารมวลชน และ การประชาสัมพันธ์ 


บทบาทและหน้าที่                          

1. ส่งเสริมและเผยแพร่ข่าวสาร และความรู้เกี่ยวกับ การปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ตลอดจน นโยบาย และการดำเนินงาน ของรัฐบาล วัฒนธรรม ศีลธรรม ค่านิยม ที่ดีงาม รวมทั้ง สนับสนุน การให้ บริการ การศึกษา นอกระบบ แก่ประชาชน 

2. ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดี ระหว่าง หน่วยงานของรัฐ กับประชาชน และระหว่าง ประชาชนด้วยกัน </

3. ดำเนินการประชาสัมพันธ์ทั้งภายใน และภายนอก ประเทศ เพื่อประโยชน์ แก่ความมั่นคง และเพื่อส่งเสริม ความสัมพันธ์อันดี กับต่างประเทศ 

4. สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ เกี่ยวกับ การประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชน แก่หน่วยงาน ทั้งของภาครัฐ และภาคเอกชน 

5. ศึกษา วิจัย สำรวจ และตรวจสอบประชามติ เพื่อเป็นข้อมูล ในการปรับปรุง นโยบาย และแผนงาน การประชาสัมพันธ์ ของรัฐ 

6. ดำเนินงานสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย 

7. กำกับดูแลการปฏิบัติงาน ของสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ ให้เป็น ไปตามกฎหมาย

8. พัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารมวลชนของกรม 

9. ผลิต เผยแพร่ และให้บริการเอกสาร และสื่อโสตทัศนศึกษา รวมทั้งให้บริการ โสตทัศนูปกรณ์ในการประชาสัมพันธ์ แก่ หน่วยงานของรัฐ 

10. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่พระราชกฤษฎีกากฎหมายกำหนด ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรม หรือตามที่ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย   


วิสัยทัศน์

"กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นองค์กรหลักด้านการประชาสัมพันธ์และเป็นศูนย์กลางข่าวสารของรัฐเพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้เกิดความรู้ความเข้าใจสามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของรัฐเพื่ อประโยนช์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคมไทยโดยรวม " 


พันธกิจ
พันธกิจหรือภารกิจหลักของ กปส. มีดังนี

1. เป็นศูนย์กลางการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีระบบโดยการเสนอแนะนโยบายด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลและส่วนราชการ

2.ดำเนินการประสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้ เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของรัฐในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศรวมทั้งเกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย


ประเด็นยุทธศาสตร์

1.การประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ชาตินโยบายสำคัญของรัฐบาล

2.การเพิ่มโอกาสของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารภาครัฐให้มากขึ้น

3.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรสู่ความเป็นสถาบันมืออาชีพด้านการสือสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์ระดับชาติ                                   





สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แม่สะเรียง
200 หมู่4 ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 58110 ::: โทร 053-681899 Fax 053-681899 ห้องส่ง 053-621266
udome